โทร 02-550-0268

เดอะมอลล์งามวงศ์วาน

[email protected]

โทร 02-721-9898

ซีคอนสแควร์ (ศรีนครินทร์)

[email protected]

โทร 02 -939-3500-1

Union Mall

[email protected]

เรียนภาษาอังกฤษจากเพลง ภาคสุดท้าย Mask Singer เผลอใจรัก :Part 3

เรียนภาษาอังกฤษจากเพลง-ภาคสุดท้าย

เรียนภาษาอังกฤษจากเพลง ภาคสุดท้าย Mask Singer เผลอใจรักภาษาอังกฤษ :Part III

บางคนยังสงสัย เรียนภาษาอังกฤษที่ไหนดี? แต่ในขณะที่หลายๆคน มองหาวิธี ฝึกภาษาอังกฤษจากเพลง
และแล้วไตรภาคก็ดำเนินมาถึงจุดไคลแมกซ์

เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากล ความเดิมตอนที่แล้ว
12 เพลง Mask Singer : ภาคหนึ่ง >>>>
1. All of me : หน้ากากระฆัง
2. Don’t speak – หน้ากากนกฮูก
ฝึกพูดภาษาอังกฤษโดยใช้เพลง 3. Hurt – หน้ากากโพนี่
https://wp.me/p7GyTl-3Gn

12 เพลง เรียนภาษาอังกฤษจากเพลง Mask Singer ภาคสอง >>>
4. I Don’t Want to Miss A Thing – หน้ากากเพชร
5. I have nothing – หน้ากากอียิปต์
6. If i ain’t got you – หน้ากากทุเรียน
7. My Generation – หน้ากากดำน้ำ
https://wp.me/p7GyTl-3GV

การเดินทางย่อมมีจุดหมายฉันใด งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราฉันนั้น วันนี้จึงมาเล่า 5 เพลงปิดท้าย ฝึกภาษาอังกฤษจากเพลง กันปายยย

8. One moment in time – หน้ากากมังกร

เรียนภาษาอังกฤษจากเพลง One Moment in Time (ชั่วขณะหนึ่ง-Whitney Houston)

Each day I live
I want to be
A day to give
The best of me
I’m only one
But not alone
My finest day
Is yet unknown

ในแต่ละวันที่ฉันมีชีวิตอยู่
ฉันอยากเป็น
วันที่ฉันให้
สิ่งที่ดีที่สุดของฉัน
มีเพียงแต่ฉัน
แต่ไม่เปล่าเปลี่ยว
วันที่สวยงามที่สุด
ไม่มีใครรู้จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่

I broke my heart
Fought every gain
To taste the sweet
I face the pain
I rise and fall
Yet through it all
This much remains

ฉันเคยผิดหวัง
เมื่อก้าวหน้าฉันก็ยังไม่พอใจ
เพื่อลิ้มรสหวานชื่น
ฉันต้องเผชิญกับความเจ็บปวด
ฉันได้ดี และล้มลุกคุกคลาน
กว่าจะฝ่าไปได้ทั้งหมดนี้
ยังมีอีกมาก

I want one moment in time
When I’m more than I thought I could be
When all of my dreams are a heartbeat away
And the answers are all up to me
Give me one moment in time
When I’m racing with destiny
Then in that one moment of time
I will feel
I will feel eternity

ฉันขอชั่วขณะหนึ่ง
เมื่อฉันเป็นมากกว่าสิ่งที่ฉันคิดว่าจะเป็นได้
ความใฝ่ฝันของฉันทั้งหมดอยู่ใกล้เพียงหนึ่งช่วงใจ
และฉันจะต้องเป็นคนเดียวที่ตอบคำตอบทั้งหมดนี้ได้
ให้ฉันชั่วขณะหนึ่ง
เมื่อฉันแข่งกับโชคชะตา
และจากชั่วขณะเวลานั้น
ฉันจะสัมผัส
ฉันจะสัมผัสสิ่งนี้ไปชั่วนิรันดร์

I’ve lived to be
The very best
I want it all
No time for less
I’ve laid the plans
Now lay the chance
Here in my hands
Give me one moment in time

ตลอดชีวิต
ฉันพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด
ฉันต้องการทุกอย่าง
หมดเวลาสำหรับสิ่งที่น้อยนิด
ฉันวางแผนไว้แล้ว
โอกาสอยู่ตรงหน้า
อยู่ในมือของฉัน
ให้ฉันชั่วขณะหนึ่ง

When I’m more than I thought I could be
When all of my dreams are a heartbeat away
And the answers are all up to me
Give me one moment in time
When I’m racing with destiny
Then in that one moment of time
I will feel
I will feel eternity

เมื่อฉันเป็นมากกว่าสิ่งที่ฉันคิดว่าจะเป็นได้
ความใฝ่ฝันของฉันทั้งหมดอยู่ใกล้เพียงหนึ่งช่วงใจ
และฉันจะต้องเป็นคนเดียวที่ตอบคำตอบทั้งหมดนี้ได้
ให้ฉันชั่วขณะหนึ่ง
เมื่อฉันแข่งกับโชคชะตา
และจากชั่วขณะเวลานั้น
ฉันจะสัมผัส
ฉันจะสัมผัสสิ่งนี้ไปชั่วนิรันดร์

You’re a winner for a lifetime
If you seize that one moment in time
Make it shine

คุณจะเป็นผู้ชนะทั้งชีวิต
ถ้าเราคว้าโอกาสในชั่วขณะเวลานั้น
ทำให้ดีจนเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์

Give me one moment in time
When I’m more than I thought I could be
When all of my dreams are a heartbeat away
And the answers are all up to me
Give me one moment in time
When I’m racing with destiny
Then in that one moment of time
I will feel
I will feel eternity

เมื่อฉันเป็นมากกว่าสิ่งที่ฉันคิดว่าจะเป็นได้
ความใฝ่ฝันของฉันทั้งหมดอยู่ใกล้เพียงหนึ่งช่วงใจ
และฉันจะต้องเป็นคนเดียวที่ตอบคำตอบทั้งหมดนี้ได้
ให้ฉันชั่วขณะหนึ่ง
เมื่อฉันแข่งกับโชคชะตา
และจากชั่วขณะเวลานั้น
ฉันจะสัมผัส
ฉันจะสัมผัสสิ่งนี้ไปชั่วนิรันดร์

เรียนศัพท์ภาษาอังกฤษจากเพลง

alone (adjective): เหงา หรือโดดเดี่ยว เปล่าเปลี่ยวเอกา
finest (adjective in superlative comparison): ดีที่สุด สวยงาม งดงาม
unknown (adjective): ไม่รู้
broke one’s heart (verb): ทำให้ผิดหวัง
taste (verb): ลิ้มรส
pain (noun): ความเจ็บปวด
rise and fall (verb): ได้ดี และล้มลุกคุกคลาน
one moment in time (idiom): ชั่วขณะหนึ่ง
heartbeat away (idiom): ไขว่คว้าได้ในพริบตา
race (verb): แข่ง
destiny (noun): พรหมลิขิต, โชคชะตา
eternity (noun): ชั่วนิรันดร์
winner (noun): ผู้ชนะ
lifetime (noun): ทั้งชีวิต
seize (verb): ฉวย, คว้าโอกาส
Make it shine (idiom): ทำให้ดีจนเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์

9. เพลง Rolling in the Deep – หน้ากากหมูป่า

*There’s a fire starting in my heart,
ในใจของฉันมีเปลวไฟที่กำลังลุกโชติช่วง

Reaching a fever pitch and it’s bring me out the dark,

ฉันทนไม่ได้อีกต่อไป แต่ดวงไฟดวงนี้กำลังพาฉันออกจากความมืดมิด

Finally, I can see you crystal clear,
สุดท้าย ฉันจึงมองเห็นตัวตนของคุณอย่างกระจ่างชัด

Go ahead and sell me out and a I’ll lay your ship bare,
เอาเลยสิ หักหลังฉันเลยก็ได้ และฉันจะแฉพฤติกรรมของเธอให้ชาวบ้านเค้ารู้ให้หมดเลย

See how I’ll leave with every piece of you
ลองดูละกันว่าฉันจะทำอะไรได้บ้าง

Don’t underestimate the things that I will do
อย่าประเมินค่าฉันต่ำเกินไปละกัน

**The scars of your love remind me of us,
บาดแผลจากความรักทำให้เราคิดถึงช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน

They keep me thinking that we almost had it all,
มันทำให้ฉันคิดถึงว่าเราเกือบจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการแล้ว

The scars of your love, they leave me breathless,
บาดแผลจากความรักเธอทำให้ฉันเกือบตาย

I can’t help feeling,
ฉันไม่สามารถลืมมันได้เลย

***We could have had it all,
พวกเราเกือบจะมีความรู้สึกที่ดีต่อกันแล้ว

(You’re gonna wish you never had met me),
(แล้วเธอก็คิดว่าไม่น่ามาเจอฉันเลย)

Rolling in the deep,
ฉันหลงเชื่อเธอจากใจส่วนลึกจริงๆนะ

(Tears are gonna fall, rolling in the deep),
(แล้วฉันก็ต้องน้ำตาตกใน)

You had my heart inside of your hand,
เธอกุมหัวใจของฉันเอาไว้ทั้งดวง

(You’re gonna wish you never had met me),
(แล้วเธอก็คิดว่าไม่น่าจะมาเจอฉันอีก)

And you played it to the beat,
แล้วเธอก็พังมันจนหมด

(Tears are gonna fall, rolling in the deep),
(เธอจะต้องน้ำตาตกในบ้าง)

Baby, I have no story to be told,
ที่รัก ฉันไม่มีเรื่องเม้าส์เกี่ยวกับตัวเอง

But I’ve heard one on you and I’m gonna make your head burn,

แต่ฉันมีเรื่องเม้าส์เกี่ยวกับเธอจะเล่าให้ฟัง และฉันกำลังจะเผาเรื่องเธอล่ะนะ

Think of me in the depths of your despair,
อย่าลืมนึกถึงฉันในห้วงแห่งความเศร้านะ

Make a home down there as mine sure won’t be shared,
แล้วอยู่ในห้วงนี้ไปคนเดียวเหอะไม่ต้องชวนฉันไปด้วยหรอก

Throw your soul through every open door,
ตักตวงเอาผลประโยชน์ทุกอย่างเท่ามีหมด

Count your blessings to find what you look for,
เฝ้าสวดภาวนาทั้งวันให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ

Turn my sorrow into treasured gold,
ลองเปลี่ยนความเสียใจที่ฉันมีเป็นทองดูนะ

You’ll pay me back in kind and reap just what you’ve sown,
แล้วเธอจะต้องชดใช้ในสิ่งที่เธอเคยทำกับฉัน

But you played it,
แต่เธอกลับทำเป็นเรื่องเล่นๆ

You played it,

เธอกลับล้อเล่น

ฝึกภาษาอังกฤษด้วยเพลง สำนวนและคำศัพท์ที่น่าสนใจ :

ถ้าแปลตามเนื้อเพลง เหมือนแบบพงษ์สิทธิงะ ลึกสุดใจ
Rolling in the deep ในเพลงนี้จะมีด้วยกัน 3 ความหมาย
1. การปล่อยให้อยู่กลางทะเลหรือมหาสมุทรที่ห่างไกลจากชายฝั่งมาก
2. การตกที่นั่งลำบาก ตรอมใจขั้นสาหัส [Being in a really deep trouble]
3. การคอยช่วยเหลือและสนับสนุน [Supporting / Encouraging]
มันแปลได้ทั้งการถลำลึกในรัก แลถลำลึกในช้ำ

reap what you’ve sown ทำสิ่งใดก็ได้สิ่งนั้น
pay back จ่ายคืน หรือใช้หนี้
โดยสรุปของเพลง
ฉันรักเธอมากจนถลำลึก
เราวาดอนาคตไว้ว่าจะร่วมหัวจมท้ายด้วยกัน
แต่อยู่ๆเธอก็มาทิ้งไป
รักมากจนสุดลิ่มทิ่มประตู
เจ็บมากจนรวดร้าวซึมลึก
ซึมเศร้าจนอยากสันโดษเงียบๆคนเดียว

เอาเนื้อหาบางส่วนมาจาก : http://roxamine.exteen.com/20110506/rolling-in-the-deep-adele

10. Seal our fate – หน้ากากเจ้าหญิง

เรียนภาษาอังกฤษจากเพลง Seal our fate เป็นเพลงประกอบเป็ปซี่เก่า เอ้ามาลองดูกัน

Hey hey
เฮ้ เฮ้
They say it’s never too late and though
พวกเขากล่าวว่า ไม่สายเกินไป และแม้ว่า
That might be the case sometimes
ที่อาจเป็นกรณีที่บางครั้ง
Sad truth of it is opportunity won’t knock twice
เศร้าจริงมันมีโอกาสจะไม่เคาะสองครั้ง
Put off until tomorrow but tomorrow might never come
เลื่อนออกไปจนวันพรุ่งนี้แต่พรุ่งนี้อาจไม่มา
Gotta think about the future, today soon will be long gone
มัวคิดถึงอนาคต วันนี้อีกไม่นานจะหายไป

Where will you be a few years down the line?
คุณจะไปอยู่ตรงที่ใด ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
Will it be everything you’ve dreamed of?
มันจะมีทุกอย่างที่คุณใฝ่ฝันรึเปล่า?
(Everything you’ve dreamed of?)
(ทุกอย่างที่คุณใฝ่ฝันหรือไม่)
Always harder to do what is right
มันยากเสมอที่จะทำสิ่งถูกต้อง
Sometimes one bad decision can mess up your life
บางครั้งตัดสินใจผิดครั้งเดียวก็ป่วนคุณได้ทั้งชีวิต

Seal our fate with the choices we make
ประทับตราชะตากรรมของเรา มีทางเลือกที่เราเลือก
But don’t give a second thought to all the chances we take
แต่อย่าพิจารณายาวนานสำหรับทุกโอกาสที่เราได้รับ
Could come up anytime, better be wide awake
สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จะดีกว่าถ้าตื่นตัวพร้อมรับ
‘Cause we seal our fate with the choices we make
เพราะบางที่เราประทับตราชะตากรรมของเรา มีทางเลือกที่เราเลือก
Seal our fate, we seal our fate
ประทับตราชะตากรรมของเรา เราประทับตราชะตากรรมของเรา
Seal our fate, seal our fate with the choices we make
ประทับตราชะตากรรมของเรา ตราชะตากรรมของเรา มีทางเลือกที่เราเลือก

Surely, you say, it’s not as bad as you make it sound
แน่นอน นะ มันไม่ได้เลวร้ายอย่างนั้น
If we make a mistake, we can always turn it back around
ถ้าเราทำผิดพลาด เราสามารถเปลี่ยนมันกลับได้เสมอ
(Turn it back around)
(เปลี่ยนแปลงมันกลับ)
Get back on the straight narrow when I’m through having all my fun
หวนกลับสู่ทางที่ล่อแหลม ขณะที่ผ่านมีความสนุกสนานทั้งหมดของฉัน
After all it’s my decision, I’m not really hurting anyone
หลังจากทั้งหมด มันเป็นการตัดสินใจของฉัน ฉันไม่ได้ทำร้ายใคร

Before you know it’s gotten way out of hand
ก่อนที่คุณรู้ มันมีวิธีหลุดออกจากการควบคุม
In a ways that you had never dreamed of
ในแบบที่คุณไม่เคยได้ฝันถึง
(You had never dreamed of)
(คุณมีไม่ได้ฝันถึง)
Never worth the price you pay in the end
ไม่คุ้มราคา ที่คุณจ่ายในสุด
Instead of being ahead, started over again
แทนการนำไปข้างหน้า เริ่มใหม่อีกครั้ง

Seal our fate with the choices we make
ประทับตราชะตากรรมของเรา มีทางเลือกที่เราเลือก
Don’t give a second thought to the chances we take
แต่อย่าพิจารณายาวนานสำหรับทุกโอกาสที่เราได้รับ
Could come up anytime, better be wide awake
สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จะดีกว่าถ้าตื่นตัวพร้อมรับ
‘Cause we seal our fate with the choices we make
เพราะบางที่เราประทับตราชะตากรรมของเรา มีทางเลือกที่เราเลือก
Seal our fate, yes, we seal our fate
ประทับตราแห่งโชคชะตาของเรา ใช่ เราประทับตราชะตากรรมของเรา
We seal our fate, seal our fate with the choices we make
เราประทับตราชะตากรรมของเรา ตราชะตากรรมของเรา มีทางเลือกที่เราเลือก

Hey, hey
เฮ้ เฮ้
Hey, hey
เฮ้ เฮ้
Hey, hey
เฮ้ เฮ้

Before you know it’s gotten way out of hand
ก่อนที่คุณรู้ มันก็จะเริ่มควบคุมไม่อยู่
In ways that you had never dreamed of
ในแบบที่คุณไม่เคยได้ฝันของ
(You had never dreamed of)
(คุณมีไม่ฝัน)
Never worth the price you pay in the end
ไม่คุ้มราคา ที่คุณจ่ายในสุด
Instead of being ahead you’re started over again
แทนที่จะไปข้างหน้า คุณกำลังเริ่มต้นอีก

Seal our fate with the choices we make
ประทับตราชะตากรรมของเรา มีทางเลือกที่เราเลือก
Don’t give a second thought to the chances we take
ไม่สามารถนึกถึงโอกาสที่เราจะ
Could come up anytime, better be wide awake
สามารถมาขึ้นได้ตลอดเวลา จะตื่น
‘Cause we seal our fate with the choices we make
เพราะบางที่เราประทับตราชะตากรรมของเรา มีทางเลือกที่เราเลือก
(Seal our fate)
(ประทับตราชะตากรรมของเรา)
Hey, our fate
เฮ้ ชะตากรรมของเรา
(Seal our fate)
(ประทับตราชะตากรรมของเรา)
That’s a first step we take
เป็นขั้นตอนแรกที่เราใช้
(Seal our fate)
(ประทับตราชะตากรรมของเรา)
Yes, we seal our
ใช่ เราประทับตราของเรา
We seal our fate with the choices we make
เราประทับตราชะตากรรมของเรา มีทางเลือกที่เราเลือก
Seal our fate
ประทับตราชะตากรรมของเรา
Fate, what would you do?
ชะตากรรม คุณจะทำอย่างไร
(Seal our fate)
(ประทับตราชะตากรรมของเรา)
It comes back to you
จะกลับมาให้คุณ
(Seal our fate)
(ประทับตราชะตากรรมของเรา)
Seal our fate
ประทับตราชะตากรรมของเรา
Seal our fate with the choices we make
ประทับตราชะตากรรมของเรา มีทางเลือกที่เราเลือก
Seal our fate
ประทับตราชะตากรรมของเรา
Yea, we do
ใช่ เราทำ
Yes, we seal our fate
ใช่ เราประทับตราชะตากรรมของเรา
Seal
ประทับตรา
(Seal our fate)
(ประทับตราชะตากรรมของเรา)
Yes, we seal our fate with the choices we make
ใช่ เราประทับตราชะตากรรมของเรา มีทางเลือกที่เราเลือก

คำศัพท์หรือสำนวนที่สนใจ
Put off แปลว่าเลื่อนออกไป เหมือน postpone
mess up แปลว่าทำให้รก ทำให้เสียหาย

บอกว่าปิดผนึกโชคชะตาเราไว้ ในเนื้อเพลงจะบอกต่อว่าปิดไว้ด้วยทางเลือกที่เราเลือกเอง เวลาจะต้องเสี่ยงอะไรอย่าได้ลังเล

11. When i was your man – หน้ากากโดรน

ของพี่ Bruno Mars

Same bed but it feels just a little bit bigger now
Our song on the radio but it don’t sound the same
When our friends talk about you, all it does is just tear me down
Cause my heart breaks a little when I hear your name

เตียงเตียงเดิม แต่ดูเหมือนมันใหญ่ขึ้นนะ
เพลงของเราเปิดในวิทยุ แต่มันฟังไม่เหมือนเดิมเลย
เมื่อเพื่อนของเราพูดเรื่องของเธอ มันมีแต่จะทำลายฉันลง
เพราะหัวใจฉันแตกสลายทีละนิดเมื่อได้ยินชื่อของเธอ

It all just sounds like oooooh…
Mmm, too young, too dumb to realize
That I should have bought you flowers
And held your hand
Should have gave you all my hours
When I had the chance
Take you to every party
Cause all you wanted to do was dance
Now my baby’s dancing
But she’s dancing with another man

และมันฟังดูเหมือน…
ยังเด็กเกินไป ซื่อเกินไปที่จะรู้ตัว
ว่าฉันน่าจะซื้อดอกไม้ให้เธอ
กุมมือเธอ
น่าจะมอบเวลาทั้งหมดให้เธอ
ตอนที่ฉันมีโอกาส
พาเธอไปทุกงานปาร์ตี้
เพราะเธอเพียงแค่อยากจะเต้นรำ
ตอนนี้ที่รักของฉันก็กำลังเต้นอยู่
แต่เต้นรำอยู่กับผู้ชายคนอื่นซะแล้วสิ

My pride, my ego, my needs, and my selfish ways
Caused a good strong woman like you to walk out my life
Now I never, never get to clean up the mess I made, ohh…
And it haunts me every time I close my eyes

ศักดิ์ศรีของฉัน ความทนงของฉัน ความต้องการของฉัน และความเห็นแก่ตัวของฉัน
ทำให้ผู้หญิงที่เข้มแข็งและแสนดีอย่างเธอต้องเดินออกจากชีวิตฉันไป
ตอนนี้ฉันไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาที่ฉันก่อไว้ได้เลย
และมันหลอกหลอนฉันทุกๆครั้งที่ฉันหลับตา
It all just sounds like oooooh…
Mmm, too young, too dumb to realize
That I should have bought you flowers
And held your hand
Should have gave you all my hours
When I had the chance
Take you to every party
Cause all you wanted to do was dance
Now my baby’s dancing
But she’s dancing with another man

และมันฟังดูเหมือน…
ยังเด็กเกินไป ซื่อเกินไปที่จะรู้ตัว
ว่าฉันน่าจะซื้อดอกไม้ให้เธอ
กุมมือเธอ
น่าจะมอบเวลาทั้งหมดให้เธอ
ตอนที่ฉันมีโอกาส
พาเธอไปทุกงานปาร์ตี้
เพราะเธอเพียงแค่อยากจะเต้นรำ
ตอนนี้ที่รักของฉันก็กำลังเต้นอยู่
แต่เต้นรำอยู่กับผู้ชายคนอื่นซะแล้วสิ

Although it hurts
I’ll be the first to say that I was wrong
Oh, I know I’m probably much too late
To try and apologize for my mistakes
But I just want you to know

ถึงแม้มันจะเจ็บ
แต่ฉันก็จะเป็นคนแรกที่พูดว่าฉันผิดเอง
ฉันรู้ว่ามันอาจจะสายไป
ที่จะมาพยายามขอโทษกับความผิดพลาดของฉัน
แต่ฉันแค่อยากให้เธอรู้ไว้

I hope he buys you flowers
I hope he holds your hand
Give you all his hours
When he has the chance
Take you to every party
Cause I remember how much you loved to dance
Do all the things I should have done
When I was your man
Do all the things I should have done
When I was your man

ฉันหวังว่าเขาจะซื้อดอกไม้ให้เธอ
หวังว่าเขาจะกุมมือเธอไว้
มอบเวลาของเขาทั้งหมดให้เธอ
ตอนที่เขายังมีโอกาส
พาเธอไปทุกงานปาร์ตี้
เพราะฉันยังจำได้ว่าเธอชอบการเต้นรำขนาดไหน
ทำในสิ่งที่ฉันน่าจะทำลงไป
ตอนที่ฉันยังเป็นผู้ชายของเธอ
ทำในสิ่งที่ฉันน่าจะทำลงไป
ตอนที่ฉันยังเป็นคนรักของเธอ

คำศัพท์หรือสำนวนที่น่าสนใจ
Tear down แปลว่าทำลาย หรือ ลงโทษ ทำร้าย อย่างรุนแรง
tear someone/something down
When I was your man ก็เป็นรูปแบบประโยคที่นิยมใช้ When I….

12.เพลง Sway -โพนี่

When marimba rhythms start to play
Dance with me, make me sway
Like the lazy ocean hugs the shore
Hold me close, sway me more

ยามที่จังหวะเพลงเริ่มบรรเลง
ได้โปรดเต้นรำกับฉันหน่อย มาทำให้ฉันโยกย้าย
ดั่งมหาสมุทรที่เชื่องช้าโอบกอดฝั่งทะเล
โอบตัวฉันให้ใกล้เข้าไว้ โยกย้ายไปพร้อมฉันอีกหน่อย

Like a flower bending in the breeze
Bend with me, sway with ease
When we dance, you have a way with me
Stay with me, sway with me

เหมือนดั่งดอกไม้ที่พริ้วไหวยามต้องลมอันบริสุทธิ์
พริ้วไหวไปกับฉัน โยกย้ายไปด้วยความผ่อนคลาย
ช่วงเวลาที่เราเต้นรำด้วยกัน คุณจัดการฉันได้อยู่หมัด
อยู่กับฉัน แกว่งไกวไปพร้อมฉัน

Other dancers may be on the floor
Dear but my eyes will see only you
Only you have that magic technique
When we sway I grow weak

อาจมีนักเต้นรำคนอื่น ๆ บนฟลอร์
ที่รัก แต่ดวงตาของฉันจะมองเห็นแต่คุณเท่านั้น
มีเพียงคุณเท่านั้นที่มีเทคนิคแห่งมนต์วิเศษ
ยามที่เราโยกย้ายนั้น ฉันก็เริ่มที่จะอ่อนระทวย

I can hear the sound of violins
Long before it begins
Make me thrill as only you know how
Sway me smooth, sway me now

ฉันได้ยินเสียงของไวโอลิน
ช่างยาวนานก่อนที่มันจะเริ่มบรรเลง
ทำให้ฉันรู้สึกหวาบหวาม ในแบบที่มีแต่คุณเท่านั้นที่รู้ว่าจะทำมันอย่างไร
แกว่งฉันด้วยความนุ่มนวล โยกย้ายไปกับฉันตอนนี้

Other dancers may be on the floor
Dear but my eyes will see only you
Only you have that magic technique
When we sway I grow weak

อาจมีนักเต้นรำคนอื่น ๆ บนฟลอร์
ที่รัก แต่ดวงตาของฉันจะมองเห็นแต่คุณเท่านั้น
มีเพียงคุณเท่านั้นที่มีเทคนิคแห่งมนต์วิเศษ
ยามที่เราโยกย้ายนั้น ฉันก็เริ่มที่จะอ่อนระทวย

I can hear the sound of violins
Long before it begins
Make me thrill as only you know how
Sway me smooth, sway me now

ฉันได้ยินเสียงของไวโอลิน
ยาวนานก่อนที่จะเริ่มบรรเลง
ทำให้ฉันรู้สึกหวาบหวามในแบบที่คุณเท่านั้นที่รู้ว่าควรทำอย่างไร
แกว่งฉันโดยความนุ่มนวล โยกย้ายไปกับฉันตอนนี้

You know how
Sway me smooth, sway me now

คุณรู้ว่าจะต้องทำอย่างไร
แกว่งฉันด้วยความนุ่มนวล โยกย้ายไปกับฉันตอนนี้

คำศัพท์
marimba = ระนาด
rhythms = จังหวะ
sway = แกว่งไกว, โยกย้าย
bend = โค้งงอ
breeze = สายลมบริสุทธิ์
thrill = ตื่นเต้น เร้าใจ หวาบหวาม

ถ้าเอาตามตัวหนังสือในตัวเพลง จะบรรยายถึงการขออีกคนนึงเต้นรำ
ประมาณว่า มาเต้นรำพริ้วไหวด้วยกัน อยากเต้นรำไปพร้อมกับคุณ
แต่จริงๆเป็นเพลงรักที่หวานฉ่ำ ที่มาพร้อมจังหวะสนุกสนาน

เรียนภาษาอังกฤษจากเพลง ก็จบครบสามภาค
ฝึกภาษาอังกฤษ ไม่ลำบากอย่างที่คิด
ฝึกพูดภาษาอังกฤษโดยใช้เพลง แค่สนุกคูลคลิ๊กๆ
ลอง Mask Singer สักนิด แล้วชีวิตจะติดใจ

ขอบคุณ http://workpointtv.com/

หากใจร้อน อยากรู้ เทคนิคภาษาอังกฤษก็ค่อยๆติดตามกันนะจ้ะ ถ้าชอบก็เชียร์หน่อยน้า ถ้าไม่ชอบบอกเลยจร้าอยากให้ปรับตรงไหน

เรียนภาษาอังกฤษที่ไหนดี  เรียนพูดภาษาอังกฤษ ด้วยคอร์สเรียนภาษาอังกฤษสนุกๆ กับสถาบันสอนภาษาอังกฤษแนวใหม่

ท่านสามารถติดตามเราได้หลายช่องทาง
Website : สนใจคลิ๊ก
Fan page : สนใจคลิ๊ก
Youtube : สนใจคลิ๊ก
Pantip : สนใจคลิ๊ก

Leave a Reply