โทร 02-550-0268

เดอะมอลล์งามวงศ์วาน

[email protected]

โทร 02-721-9898

ซีคอนสแควร์ (ศรีนครินทร์)

[email protected]

โทร 02 -939-3500-1

Union Mall

[email protected]

100 วิธีที่จะทำให้การ พูดภาษาอังกฤษ ของคุณดูเป็นเจ้าของภาษามากขึ้น

ฝึกพูดภาษาอังกฤษเบื้องต้น

100 วิธีที่จะทำให้การ พูดภาษาอังกฤษ ของคุณดูเป็นเจ้าของภาษามากขึ้น

สำหรับใครก็ตามที่กำลังเรียนรู้ภาษาอังกฤษอยู่ ไม่ว่าจะฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง หรือบางคนอาจจะลงทุนไปลงเรียน คอร์สสอนภาษาอังกฤษต่าง ๆ บางคนอาจจะฝึกพูดภาษาอังกฤษออนไลน์ แต่ในท้ายที่สุดแล้วเชื่อว่าเป้าหมายสูงสุดของทุกคนก็คงจะเป็นการพูดภาษาอังกฤษให้คล่องแคล่วและได้สำเนียงเหมือนกับเจ้าของภาษามาเอง เพราะแบบนั้นวันนี้เราก็เลยจะมาแชร์เทคนิคที่จะทำให้การพูดภาษาอังกฤษของคุณดูเป็นเจ้าของภาษามากขึ้น ว่าแล้วเราก็ไปดูกันเลยดีกว่า

พูดภาษาอังกฤษ

พูดภาษาอังกฤษ

วิธีฝึกพูดภาษาอังกฤษง่ายๆ แต่ทำให้สำเนียงของคุณดูเป็นเจ้าของภาษามากขึ้น

อันดับแรกเราจะมาดูวิธีฝึกพูดภาษาอังกฤษเบื้องต้นแบบที่ฝรั่งเขาพูดกัน ไปดูกันเลย!

  1. การออกเสียงควบกล้ำ “th” – เวลาออกเสียงให้ยื่นลิ้นออกมาเล็กน้อย
  2. อย่าลืมออกเสียง “s” – เพราะสำหรับชาวต่างชาติแล้วเสียง s มีความสำคัญมาและเป็นเสียงที่ชาวต่างชาติฟังมาตั้งแต่เกิด ซึ่งพวกเขาจะจับได้อย่างแน่นอนใครที่คิดว่า แค่มี s กับไม่มี s เขาฟังไม่ออกหรอกนั้นคุณคิดผิดแล้วล่ะ
  3. ออกเสียง “ed” ควบกล้ำท้ายคำ – เหมือนกับการออกเสียงตัว s เลย เพราะเสียง ed คือเสียงที่ฝรั่งจะจับได้แน่นอน
  4. การลงน้ำหนักเสียงที่พยางค์ – ในภาษาอังกฤษคำแต่ละพยางค์จะมีการลงน้ำหนักเสียงที่ต่างกัน โดยเราสามารถฝึกฝนจากการดูหนังหรือซีรี่ย์หรือดูข่าวต่างประเทศ การลงเสียงพยางบค์นี่แหละที่จะทำให้เราเข้าใกล้คำว่าเจ้าของภาษามากที่สุด
  5. การเชื่อมเสียงของคำในประโยค – การเชื่อมเสียงคำในประโยคจะทำให้การพูดของเรามีความสมู้ทขึ้น โดยถ้าเราต้องพูดคำ 2 คำ ที่พยัญชนะขึ้นต้นของคำหลังเป็นสระ เราสามารถเชื่อมเสียงเข้ากับ พยัญชนะตัวสุดท้ายของคำแรกได้ เช่น boiled egg เราก็จะอ่านว่า บอยเด้ก เพราะเป็นการเชื่อมเสียง d กับ e เข้าด้วยกัน
    ฝึกพูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจําวัน

    ฝึกพูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจําวัน

วิธีการฝึกพูดภาษาอังกฤษให้เป็นเร็วที่สุด

  1. ฟังเยอะ ๆ
    เทคนิคนึงที่คนที่พูดภาษาอังกฤษคล่องทุกคนบอกเหมือนกันก็คือคุณต้องฟังเยอะ ๆ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการจดจำสำเนียงให้พูดออกมาเป็นธรรมชาติ ซึ่งวิธีฝึกก็ง่ายมากเพราะคุณสามารถเรียนรู้ได้จากการดูหนังฟังเพลงแล้วก็หัดพูดตามให้สำเนียงเหมือนเขา
  2. พูดบ่อย ๆ

ในช่วงแรกของการฝึกภาษาแน่นอนว่าทั้งไวยากรณ์ และคำศัพท์ของเราก็คงจะยังไม่ดี แต่เชื่อมั้ยถ้าเราหัดพูดภาษาอังกฤษบ่อย ๆ โดยที่ไม่สนใจเรื่องพวกนั้น วันนึงเราจะเก่งเองแบบไม่รู้ตัวเลยล่ะ

  1. เรียนรู้จากชาวต่างชาติ
    การคุยกับชาวต่างชาตินอกจากคุณจะได้ฟังสำเนียงต้นตำหรับแล้วมันยังช่วยให้คุณได้เรียนรู้บทสนทนาของแท้อีกด้วย คุณจึงควรฝึกพูดภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติเพื่อเรียนรู้การพูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจําวันไว้
  2. ห้ามเขิน ห้ามอาย
    เรียกได้ว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของคนไทยในการฝึกภาษาอังกฤษก็คือการไม่กล้าพูดนี่แหละ จำไว้ว่าถ้าอยากเก่งเร็วก็ห้ามอายเด็ดขาด จะพูดผิดพูดถูกก็หน้าด้านเข้าไว้
    !
  3. หาโอกาสไปต่างประเทศ
    การเอาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่บังคับให้ต้องใช้ภาษาอังกฤษนี่แหละคือการฝึกภาษาอังกฤษที่ดีที่สุดแล้ว
ฝึกพูดภาษาอังกฤษ pantip

ฝึกพูดภาษาอังกฤษ pantip

การเลือกใช้คำศัพท์

ปัญหาในการใช้ภาษาอังกฤษของคนไทยอย่างหนึ่งก็คือการเลือกใช้คำศัพท์ เพราะคนไทยมีคำศัพท์ติดตัวน้อย ทำให้เกิดนิสัยเสียหลาย ๆ อย่างการติดใช้  very ในการเพิ่มระดับของคำศัพท์ เช่น  very good, very bad, very angry ซึ่งในความเป็นจริงแล้วภาษาอังกฤษมีคำศัพท์มากมายที่ใช้เพื่อบอกระดับของภาษาอยู่แล้ว ยกตัวอย่างคำว่า Good = ดี สามารถใช้เป็น Superb = ดีเยี่ยม จะเห็นได้จากคำว่า Good ที่แปลว่า “ดี” พอเราใช้เป็น  Superb ก็จะเพิ่มระดับเข้าไปกลายเป็นคำว่า “ดีเยี่ยม” นั่นเอง เพียงเท่านี้เราก็ไม่จำเป็นต้องใช้คำว่า  very แบบพร่ำเพื่อกันอีกแล้ว และการพูดภาษาอังกฤษของเราก็จะดูเป็นเจ้าของภาษามากขึ้น

  1. Good = ดี > Superb = ดีเยี่ยม
  2. Clever = ฉลาด > Brilliant = ล้ำเลิศ
  3. Angry = โกรธ > furious = โกรธจนแทบคลั่ง
  4. Tasty = อร่อย > Delicious = อร่อยเกินห้ามใจ
  5. Tired = เหนื่อย > Exhausted = เหนื่อยแทบขยับไม่ไหว
  6. Hot = ร้อน > Scalding = ร้อนจนลวก
  7. Cold = เย็น > Freezing = เย็นจนเป็นน้ำแข็ง
  8. Dirty = สกปรก  >   filthy = สกปรกมาก
  9. Crowded = แน่น > packed =  แออัดมาก
  10. Bad = แย่ > terrible =  แย่มาก
  11. Scary = กลัว >terrifying  =  น่ากลัวมาก
  12. Big = ใหญ่ >huge , gigantic  =   ใหญ่มาก
  13. small = เล็ก > tiny  =   เล็กมาก
  14. clean = สะอาด >spotless  =   สะอาดมาก
  15. funny = ตลก >hilarious  =   ตลกมาก
  16. interesting = น่าสนใจ >fascinating   =  น่าสนใจมาก
  17. old = เก่า >ancient  =  เก่ามาก , โบราณ
  18. pretty = น่ารัก >beautiful  =   น่ารักมาก
  19. ugly = น่าเกลียด >hideous  =  น่าเกลียดมาก
  20. surprising = ประหลาดใจ >astounding  =   น่าประหลาดใจมาก
  21. fast = เร็ว > quick = เร็วมาก
  22. happy = มีความสุข > jubilant = มีความสุขสุด ๆ
  23. weak = อ่อนแอ > feeble = ปวกเปียก
  24. worried = กังวล > anxious = ผวา
  25. loved = รัก > adored = รักมาก
  26. thin = ผอม > gaunt = ผอมโซ
  27. large = ใหญ่ > colossal = มโหฬาร
  28. wet = เปียก soaked = เปียกโชก
  29. beautiful = สวย > exquisite = งดงาม
  30. bright = สดใส > dazzling = แพรวพราว

 

เรียนรู้การพูดภาษาอังกฤษ

เรียนรู้การพูดภาษาอังกฤษ

การออกเสียงคำลงท้าย

การออกเสียงคำลงท้ายนี่แหละที่จะทำให้สำเนียงของเราดีขึ้นแบบผิดหูผิดตาเลยล่ะ

  1. คำที่ลงท้ายด้วย –OUS
    คนไทยชอบออกเสียงว่า “อัส” ให้เปลี่ยนเป็น “เอิ่ส” เช่น Famous อ่านว่า เฟ๊-เหมิ่ส
  2. คำที่ลงท้ายด้วย -ing
    ออกเสียงว่า “อิ่ง” เช่น Going อ่านว่า โกอิ่ง
  3. คำที่ลงท้ายด้วย -ture
    คนไทยชอบออกเสียงว่า “เจ้อร์” ให้เปลี่ยนเป็น “เฉ่อร์” เช่น Picture อ่านว่า พิค-เฉ่อร์
  4. คำที่ลงท้ายด้วย -ly
    คนไทยชอบออกเสียงว่า “ลี่” ให้เปลี่ยนเป็น “หลี่” แทน เช่น Friendly อ่านว่า เฟรน-หลี่
  5. คำที่ลงท้ายด้วย -tion
    คนไทยชอบออกเสียงว่า “ชั่น” ให้เปลี่ยนเป็น “เฉิ่น”แทน เช่น Position อ่านว่า โพ-ซิ-เฉิ่น
  6. คำที่ลงท้ายด้วย -ile
    คนไทยชอบออกเสียงว่า “อายล์” ให้เปลี่ยนเป็น “อายล์-เอิว์ล” เช่น Smile ออกเสียงว่า“สะ-มายล์-เอิว์ลล”
  7. คำที่ลงท้ายด้วย -er หรือ
    คนไทยชอบออกเสียงว่า “เอ้อ” ให้เปลี่ยนเป็น “เอ่อร์” แทน เช่น Farmer ออกเสียงว่า ฟาร๋ม-เหม่อร์
  8. คำที่ลงท้ายด้วย -ire
    ให้ออกเสียงว่า “อาย-เย้อร์” เช่น Fire ออกเสียง ฟาย-เย้อร์
  9. คำที่ลงท้ายด้วย -ment
    คนไทยชอบออกเสียงว่า “เม้นท์” ให้เปลี่ยนเป็น “เหม่นท์” เช่น Comment อ่านว่า “ค่อม-เหม่นท์”
  10. คำที่ลงท้ายด้วย -our
    คนไทยชอบออกเสียงว่า “เอาร์” ให้เปลี่ยนเป็น “เอ้า-เหว่อ” เช่น Hour อ่านว่า “เอ้า-เหว่อ”
  11. คำที่ลงท้ายด้วย -um
    คนไทยชอบออกเสียงว่า “อั้ม” ให้เปลี่ยนเป็น “เอิ่ม” เช่น Forum อ่านว่า ฟอ-เหริ่ม
  12. คำที่ลงท้ายด้วย -ant
    ให้ออกเสียงว่า “เอิ่นท์” เช่น Important อิม-เพาะ-เทิ่นท์
  13. คำที่ลงท้ายด้วย -sion
    คนไทยชอบออกเสียงว่า “ชั่น” ให้เปลี่ยนเป็น “เฉิ่น” เช่น Mansion ต้องออกเสียงว่า แมน-เฉิ่น
  14. คำที่ลงท้ายด้วย -ral
    คนไทยชอบออกเสียงว่า “รัล” ให้เปลี่ยนเป็น “เริล” เช่น น้ำแร่ Mineral ให้อ่านว่า มิ-เหน่อ-เริล
  15. คำที่ลงท้ายด้วย -el
    ให้ออกเสียงว่า “โอ็ล” เช่น model อ่านว่า เม๊าะ-โด็ล
  16. คำที่ลงท้ายด้วย -ger
    คนไทยชอบออกเสียงว่า “เจ้อร์” ให้เปลี่ยนเป็น “เจ่อะ” เช่น Manager อ่านว่า มะ-หนิด-เจ่อะ
  17. คำที่ลงท้ายด้วย -le
    ให้ออกเสียงว่า “โอ็ล” เช่น Table อ่านออกเสียงว่า เท-โบ็ล
  18. คำที่ลงท้ายด้วย -om
    คนไทยชอบออกเสียงว่า “อ้อม” ให้เปลี่ยนเป็น “เอิ่ม” เช่น Random เปลี่ยนจาก แรน-ด้อม เป็น แรน-เดิ่ม
  19. คำที่ลงท้ายด้วย -land
    คนไทยชอบออกเสียงว่า “แลนด์” ให้เปลี่ยนเป็น “เลิ่นด์” เช่น New Zealand ออกเสียงว่า นิว-ซี๊-เลิ่นด์
  20. คำที่ลงท้ายด้วย -us
    คนไทยชอบออกเสียงว่า “อัส” ให้เปลี่ยนเป็นเสียง “เอิ่ส” เช่น Status เปลี่ยนเป็น สะ-เต-เทิ่ส

ฝึกสำเนียงภาษาอังกฤษด้วยการฟังเพลง
อย่าลืมอ่าน ฝึกภาษาอังกฤษจากเพลง 5 เทคนิคสูตรแซ่บ แชร์ไปให้คนไทยฟังฝรั่งร้องได้

จากหลาย ๆข้อที่เราบอกไปจะเห็นได้ว่าการฝึกภาษาอังกฤษที่ดีที่สุดก็คือการฟัง

เพราะฉะนั้นการฟังเพลงสากลก็ถือเป็นการฝึกภาษาอังกฤษที่ได้ผลดีมาก ๆ เพราะนอกจากจะให้สำเนียงที่ดีและถูกต้องแล้วยังเป็นการเรียนรู้ที่ไม่น่าเบื่ออีกด้วย และเราก็ได้รวบรวมเพลงที่เพื่อน ๆ จาก pantip ได้แบ่งปันไว้ว่าเป็นเพลงที่สำเนียงฟังไม่ยากเหมาะแก่การฝึกว่าแล้วก็รีบหยิบมาฟังกันดีกว่า!

  1. Take me to your heart
  2. Eternity
  3. When you say nothing at all
  4. Better man
  5. Just the way you are
  6. Deep
  7. Fool again
  8. Free loop
  9. Guilty
  10. Have I told you lately
  11. How deep is your love
  12. How Do I live
  13. If you come back
  14. My heart will go on
  15. I Believe I can fly
  16. I don’t know why
  17. I’m your
  18. Knock Knock
  19. The show
  20. Trouble is a friend

 

ก่อนหัวข้อถัดไปฝากเทคนิคดีๆ  ฝึกภาษาอังกฤษจากหนัง ด้วยมหาคัมภีร์ 6 เทคนิค ดูซีรี่ให้เทพภาษาอังกฤษ แชร์ไปอย่าให้หาย

ฝึกภาษาอังกฤษด้วยการดูหนังและซีรี่ย์

หลังจากการฝึกภาษาอังกฤษด้วยการฟังเพลงแน่นอนว่าต่อมาก็ต้องเป็นการดูหนังและซีรี่ย์ เพราะการดูหนังและซีรี่ย์จะช่วยเราฝึกฝนเรื่องของบทสนทนา สำเนียง และ คำศัพท์ อีกทั้งการกระทำแต่ละอย่างของตัวละครจะช่วยให้เราจำและเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้ง่ายขึ้นว่าแล้วก็ไปดูกันเลยว่าหนังและซีรี่ย์ที่เหมาะจะใช้ฝึกภาษามีเรื่องอะไรกันบ้าง

หนัง

  1. Boyhood
  2. The Fault in Our Stars
  3. Forrest Gump
  4. Big Hero 6
  5. Despicable Me
  6. It
  7. The Boss Baby
  8. Beauty and the Beast
  9. Wonder
  10. The Kings Speech
  11. Harry Potter
  12. The Sound of Music
  13. Charlie and the Chocolate Factory
  14. The Queen
  15. The Hunger Games

ซีรี่ย์

  1. Friends
  2. Two and a half men
  3. Glee
  4. The walking deadฃ
  5. Game of throne

 

เรียนภาษาอังกฤษที่ไหนดี  เรียนพูดภาษาอังกฤษ ด้วยคอร์สเรียนภาษาอังกฤษสนุกๆ กับสถาบันสอนภาษาอังกฤษแนวใหม่

ท่านสามารถติดตามเราได้หลายช่องทาง
Website : สนใจคลิ๊ก
Fan page : สนใจคลิ๊ก
Youtube : สนใจคลิ๊ก
Pantip : สนใจคลิ๊ก

Leave a Reply