7 คำถามที่พบบ่อย เมื่อสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ และวิธีการตอบกลับแบบมืออาชีพ

General

หลังจากที่ครั้งที่แล้วเราได้นำเสนอเกี่ยวกับวิธีการส่งอีเมลสมัครงานแบบมืออาชีพกันไปแล้ว วันนี้เราจะมาขอนำเสนอบทความภาคต่อเกี่ยวกับเรื่องของการสมัครงาน นั่นก็คือเรื่องของการสัมภาษณ์งานกับ  7 คำถามที่พบบ่อย เมื่อสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ และวิธีการตอบกลับแบบมืออาชีพ

เหมือนที่เราได้เคยบอกไปครับว่า ช่วงนี้บริษัทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแบบใด ส่วนใหญ่ก็ต้องการพนักงานที่สามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นวิธีการคัดเลือกส่วนใหญ่ก็จะมีการสัมภาษณ์งานที่เป็นภาษาอังกฤษกันทั้งนั้น สำหรับใครที่อยากรู้ว่าในการสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษนั้น จะมีคำถามอะไรบ้าง แล้วเราจะมีวิธีการตอบกลับอย่างไรให้ดูเป็นมืออาชีพและสร้างความประทับใจให้แก่ผู้สัมภาษณ์ ลองมาดูกันเลยครับ

7 คำถามที่พบบ่อย เมื่อสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ และวิธีการตอบกลับแบบมืออาชีพ

1. Tell me about yourself. (เล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังหน่อย)

คำถามนี้เป็นคำถามที่เปิดโอกาสให้เพื่อนๆ แนะนำตัวหรือเล่าเรื่องของตัวเอง แต่ควรเล่าอย่างมีสาระ โดยอาจพูดถึงงานอดิเรกที่คุณทำที่ช่วยสะท้อนข้อดีในตัวเอง เช่น I enjoy going to fitness every week. (ฉันชอบการไปฟิตเนสในทุกๆ สัปดาห์) ซึ่งสะท้อนว่าการที่คุณชอบไปออกกำลังกาย หมายถึงคุณเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น อดทน ชอบความท้าทาย และรักสุขภาพ!

เมื่อคุณพูดถึงเรื่องกิจวัตรของตัวคุณไปแล้ว คุณอาจโยงเข้ามาสู่เรื่องงาน โดยใช้ประโยคว่า…

ตัวอย่างประโยค : 

“In addition to those interests and passions”

  • ในส่วนที่นอกเหนือจากงานอดิเรกความสนใจของผมแล้ว

“I’d like to talk a bit about some of the strengths which I would bring to this job.”

  • ผมขอกล่าวถึงจุดแข็งของผมที่ผมสามารถนำมาใช้ในงานตำแหน่งนี้นะครับ 

หลังจากนี้คุณก็สามารถเล่าถึงจุดแข็งของคุณและประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาได้เลย

2.What is your greatest strength? (ข้อดีของคุณคืออะไร)

ก่อนการสัมภาษณ์เพื่อนๆ ควรลิสต์จุดแข็ง สกิล และประสบการณ์ที่มีออกมาก่อน จากนั้นเลือกสิ่งที่คิดว่าเราสามารถทำได้ดีที่สุด และเกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่คุณสมัครเท่านั้น อาจมีการยกตัวอย่างว่าคุณได้ใช้ข้อดีเหล่านั้นทำอะไรมาบ้างในช่วงสมัยเรียนหรือการทำงานที่ก่อนหน้า เพราะหากผู้สัมภาษณ์ถามว่า “คุณจะเอาข้อดีเหล่านั้นมาช่วยบริษัทได้อย่างไร” เพื่อนๆ ก็สามารถคิดออกได้อย่างทันท่วงที

ตัวอย่างประโยค : 

“I have extremely strong online marketing skills.” 

  • ผม/ดิฉันมีประสบการณ์การตลาดออนไลน์ที่ดีมากครับ/ค่ะ

“Having worked as a graphic designer for three years, I have a strong attention to detail when it comes to my design.” 

  • จากการที่ได้ทำงานเป็นกราฟฟิคดีไซน์มา 3 ปี ผมให้ความใส่ใจกับรายละเอียดในงานดีไซน์ของผมมาก

“I have also design for a variety of publications, so I know how to shape my design style to fit the task and audience.”

  • ดิฉันยังได้เขียนโฆษณามาหลายชิ้น ดังนั้นดิฉันจึงรู้ว่าควรจะปรับรูปแบบสไตล์การเขียนให้เข้ากับผู้อ่านได้อย่างไร

3.What is your weakness? (อะไรคือข้อเสียของคุณ)

เมื่อพูดถึงข้อดีไปแล้ว แน่นอนว่าก็ต้องมีข้อเสีย ทางที่ดีเราควรเตรียมข้อเสียของตัวเองพร้อมๆ กับตอนที่เราเตรียมข้อดีเลยก็ได้ เพราะการตอบคำถามเรื่องข้อเสียถือเป็นเรื่องยาก ซึ่งเราไม่ควรตอบเรื่องที่แย่เกินไป จนผู้สัมภาษณ์คิดว่าคุณอาจไม่สามารถทำงานนี้ได้ สิ่งที่ควรตอบคือเรื่องที่ไม่มีผลกับการทำงาน หรือพูดถึงทักษะที่คุณกำลังพัฒนาอยู่ หรือเปลี่ยนข้อเสียให้เป็นข้อดีไปเลยก็ได้ โดยเพื่อนๆ สามารถใช้คำตอบด้วยประโยคเหล่านี้ได้

ตัวอย่างประโยค : 

“Being organized wasn’t my strongest point, but I implemented a time management system that helped my organization skills.

  • ความเป็นระเบียบอาจไม่ใช่จุดแข็งของผมนะครับ แต่ผมก็มีระบบจัดการเวลาที่ช่วยให้ผมทำงานได้เป็นระเบียบมากขึ้นครับ

“I like to make sure that my work is perfect, so I tend to perhaps spend a little too much time checking it. However, I’ve come to a good balance by setting up a system to ensure everything is done the first time correctly.”

  • ผมชอบที่จะมั่นใจว่างานของผมออกมาสมบูรณ์แบบครับ ดังนั้นผมจึงมักจะใช้เวลาตรวจเช็คงานค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตามผมเองก็มีระบบการทำงานที่จะทำให้มั่นใจว่างานที่ผมทำนั้นถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรกครับ

    4. Why are you leaving or have left your job? (ทำไมคุณถึงลาออกหรือกำลังจะลาออกจากงานเก่า)

    บางครั้งหลายๆ บริษัทมักจะถามคุณตั้งแต่แรกเลยว่าทำไมคุณกำลังจะออกจากงาน หรือคุณออกจากที่ทำงานเก่าเพราะอะไร ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะได้รู้ว่าคุณลาออกเพราะตัวคุณเอง หรือถูกให้ออกจากงานเนื่องจากความผิดพลาดในการทำงานบางอย่างหรือเปล่า อย่างไรก็ตาม คำตอบของคุณควรจะทำให้คุณดูดี ไม่ว่าจะมาจากเหตุผลอะไรก็ตามนะครับ

    เช่น การพูดถึงเรื่องของ “Passions” หรือ การวางแผนอนาคตของตัวเอง โดยโฟกัสว่าในบริษัทนี้จะมอบโอกาสทางการทำงานให้คุณอย่างไรได้บ้างนั่นเอง 

    ตัวอย่างประโยค : 

    “I’ve decided that my current work role is not the direction I want to go in my career and my boss has no opportunities in the direction I’d like to head.”

    • ผมคิดว่างานเก่านั้นไม่ได้เป็นไปในทิศทางที่ผมต้องการจะเติบโต และเจ้านายก็ไม่ได้เปิดโอกาสให้กับทิศทางที่ผมต้องการจะไป

     “I recently graduated , and I want to utilize my educational background in my next position.” 

    • ผมเพิ่งได้จบการศึกษามา และผมต้องการใช้ความสามารถจากจากการศึกษาที่ผมมีกับงานใหม่นี้

    5. What are your goals for the future?  (เป้าหมายในอนาคตของคุณคืออะไร)

    เพื่อนๆ อาจเจอกับคำถามนี้ หรือคำถามแนวบอกเล่าถึงมุมมองในอนาคตของเรา ซึ่งประเด็นที่ผู้สัมภาษณ์ต้องการทราบคือ “เราอยากจะทำงานที่นี่นานแค่ไหน” และ “งานที่นี่ตรงกับเป้าหมายในชีวิตของเราหรือเปล่า” 

    และอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้สัมภาษณ์ต้องการทราบคือ คือวิสัยทัศน์และทักษะการวางแผนชีวิต เพราะไม่มีบริษัทไหนต้องการคนที่ไร้ความมุ่งมั่น ไร้เป้าหมาย  ซึ่งคำถามเหล่านี้มีไว้เพื่อเช็คความพร้อมของเรา และด้านล่างจะเป็นตัวอย่างคำตอบที่เพื่อนๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้

    ตัวอย่างประโยค :

    “I see myself as a best-performing employee in a well-established organization, like this company. I plan on enhancing my skills and continuing my involvement in related professional associations.”

    • ผมมองเห็นว่าตัวเองจะเป็นพนักงานที่ยอดเยี่ยมในบริษัทดีๆ เช่นบริษัทนี้ครับ ผมมีแผนที่จะพัฒนาทักษะของผม และได้ลองมีส่วนร่วมกับสายงานใกล้เคียง ที่เกี่ยวข้องกับสายงานนี้ต่อไปครับ

    “In my long-term goals involve growing with a company where I can continue to learn, take on additional responsibilities, and contribute as much value as I can. 

    • เป้าหมายระยะยาวของผมนั้น เกี่ยวข้องกับการที่ผมได้เติบโตในบริษัทที่ผมสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง ได้รับผิดชอบสิ่งต่างๆเพิ่มขึ้น และได้สร้างผลงานให้มากที่สุดที่ผมจะสามารถทำได้ 

    6Why should we hire you? (ทำไมเราต้องจ้างคุณ)

    คำถามนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคำถามที่ปราบเซียนมาแล้วหลายคน เพราะเป็นเหมือนการพรีเซนต์ถึงตัวเอง ในการทำงานให้กับบริษัทที่เราไปสัมภาษณ์ ซึ่งวิธีที่จะตอบคำถามนี้ให้ได้ดีที่สุด คือการทำความเข้าใจรายละเอียดของตำแหน่งที่คุณสมัคร และทักษะที่จำเป็นสำหรับงานนี้ รวมถึงเป้าหมายหรือวิสัยทัศน์ของบริษัท หลังจากนั้นจึงจะนำเสนอเอกลักษณ์หรือจุดเด่นในตัวเรา ที่ทำให้เราเหนือกว่าผู้สมัครคนอื่น และอธิบาย

    ตัวอย่างประโยค : 

    “I have ……… ability to be an asset to your company.”

    • ผมมีคุณสมบัติ……ที่จะสร้างคุณค่าให้กับบริษัทของคุณครับ

    “Your company provides many services that I have had experience with. I believe that my familiarity with the industry would make me a good fit for this position.” 

    • องค์กรของคุณมีการให้บริการ ในหลายรูปแบบที่ผมเคยมีประสบการณ์การทำงานด้วยมาก่อน ซึ่งผมเชื่อว่าความคุ้นเคยที่ผมมีกับธุรกิจในรูปแบบนี้จะทำให้ผมเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ครับ

    7. What are your salary expectations? (คุณคาดหวังเงินเดือนเท่าไหร่)

    มาถึงคำถามสุดท้ายกันแล้วครับ เป็นคำถามสำคุญที่หลายๆคนต้องการ และเชื่อว่าหลายๆ คนก็มักจะมาตกม้าตาย กับคำถามนี้เช่นกัน…

    ซึ่งก่อนจะเตรียมตัวอย่างอื่น เพื่อนๆต้องหาข้อมูลว่าสายงานที่เราจะสมัครนั้น โดยเฉลี่ยแล้วได้เงินเดือนประมาณเท่าไหร่ ซึ่งตัวเลขนั้นจะทำให้เราประเมินตนเองได้ว่าควรเรียกเงินเดือนเท่าไหร่ดี ซึ่งการเรียกเงินเดือนที่ดีนั้น เราไม่ควรเรียกในเรทที่สูงจนเกินความจริงเกินไป แต่ความสูงต่ำของเรทเงินเดือน ก็ขึ้นอยู่กับขนาดขององค์กรด้วยนะครับ สรุปแล้ว เรื่องเงินเดือนเป็นเรื่องที่ต่อรองได้ แต่คุณต้องแฟร์กับตัวเองด้วย ซึ่งคุณสามารถใช้ประโยคเหล่านี้เพื่อการตอบได้เลยครับ

    ตัวอย่างประโยค : 

    “I would like to be compensated fairly for my experience.”

    •  ผมต้องการรับค่าจ้างที่ยุติธรรมสำหรับประสบการณ์ของผมครับ

    “I understand that positions similar to this one pay in the range of ฿18,000 to ฿25,000. With my experience, I would like to receive something in the range of ฿20,000 to ฿22,000.”

    • ผมเข้าใจว่าตำแหน่งงานแบบนี้จะจ่ายที่ประมาณ 18,000 – 25,000 บาท ด้วยประสบการณ์ของผม ผมต้องการได้รับค่าตอบแทนที่ 20,000 – 22,000 บาทครับ

    สรุป

    สรุปแล้ว ในทุกการสัมภาษณ์งาน นอกจากจะเป็นการคัดเลือกคนที่เหมาะสม มาร่วมงานกับบริษัทนั้นๆ แล้ว ไม่ว่าเราจะตอบคำถามแบบไหนล้วนแต่สะท้อนให้เห็นถึงถึงความคิด มุมมอง และทัศนคติต่างๆ ของตัวเราเอง การตอบแต่ละข้อควรตอบให้เป็นตัวเราที่สุด ไม่ควรตอบอะไรที่แสดงถึงการโอ้อวดเกินไป และอีกอย่างที่สำคัญที่สุดคือ บุคลิกภาพ ต้องดูมั่นใจ มีความกล้าในการพูดภาษาอังกฤษ

    หากใครที่ต้องการฝึกเทคนิคการพูดได้อย่างคล่องแคล่ว โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่เลย

    สนใจเรียนภาษาอังกฤษที่ Engfinity

    กรุณากรอกรายละเอียดด้านล่างให้ครบถ้วน