โทร 02-550-0268

เดอะมอลล์งามวงศ์วาน

[email protected]

โทร 02-721-9898

ซีคอนสแควร์ (ศรีนครินทร์)

[email protected]

โทร 02 -939-3500-1

Union Mall

[email protected]

ฝึกภาษาอังกฤษจากหนัง ด้วยมหาคัมภีร์ 6 เทคนิค ดูซีรี่ให้เทพภาษาอังกฤษ แชร์ไปอย่าให้หาย

ฝึกภาษาอังกฤษจากหนัง

ฝึกภาษาอังกฤษจากหนัง ด้วยมหาคัมภีร์ 6 เทคนิค ดูซีรี่ให้เทพภาษาอังกฤษ แชร์ไปอย่าให้หาย

สืบเนื่องจากราชวงชินเจริญรุ่งเรือง คือพูดภาษาไทยจนชิน พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ชาวจีนจำนวนมากมีปัญหาเรื่องการพูด-ฟังภาษาอังกฤษ ทำไม่สามารถ ค้าขายกับชาวต่างชาติได้ ทางราชสำลัก เหยย ราชสำลี เหยยย ราชสำนัก เหยยย ถูกแล้ว
จึงมีพระราชโองการจากฮ่องเต้ให้รวบรวมองค์ความรู้ในการพัฒนาภาษาอังกฤษ อ้าวๆ ไปกันใหญ่ๆ

อยากจะบอกว่าบทความนี้รวมเทคนิคระดับท็อปเอาไว้เลย ในการ ฝึกภาษาอังกฤษจากหนัง และเหมาะม้ากๆกับคนที่มีปัญหาดังต่อไปนี้
คุณเป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีสมาธิสั้นหรือเปล่า เวลาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
คุณเป็นคนที่ฟังไม่ออกเลยสักคำ คุณมีอาการหูดับเมื่อเจอคนพูดภาษาอังกฤษใส่
คุณโคตรเทพแกรมมาร์ แต่เวลาเจอต่างชาติจริงๆฟังไม่ออก
คุณโคตรอ่อนแกรมมาร์ ยิ่งเวลาเจอชาวต่างชาติ ยิ่งงุนงงพูดอะไรมานึกว่าภาษาต่างดาว
คุณกำลังฝึกภาษาอังกฤษแต่อยากหาตัวช่วยในการฝึกภาษา

หลายคนอาจจะลองมาหลายวิธี รวมทั้งวิธีดูหนังฝึกภาษาอังกฤษ และอาจจะเคยรู้สึกว่ามันช่างยากเหลือเกิน ทำไมดูไม่รู้เรื่อง แถมดูจนจบก็ไม่ได้อะไร เนื้อเรื่องก็งงๆ มัวแต่พะวงกับซับไตเติ้ล

แล้วต้องทำอย่างไรในการฝึกภาษาอังกฤษจากการดูหนัง?
วันนี้ Engfinity จะพา ฝึกภาษาอังกฤษจากหนัง ด้วยมหาคัมภีร์ 6 เทคนิค ดูซีรี่ให้เทพภาษาอังกฤษ

เทคนิคแรก You are what you think

cinema-450805_640

คุณเป็นสิ่งที่คุณคิด
สมัยนี้นอกจากเทคนิคในการฝึกภาษาแล้ว เทคนิคในการปรับความคิดก็เป็นสิ่งสำคัญ
หากคุณเคยคิดว่าทำไม่ได้ ภาษาอังกฤษยาก ไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่ เสียงเล็กๆเหล่านี้จะทำให้คุณไม่สามารถก้าวต่อในแง่ของภาษาอังกฤษได้ เพราะเมื่อเกิดเสียงเหเล่านี้ในใจคุณจะรู้สึกท้อและคิดว่าทำไม่ได้
คุณจึงต้องใช้เทคนิค
คิดบวก// Self-Talk // จินตนาภาพความสำเร็จ
คือพยายามคิดแง่บวกไว้ – แม้วันนี้เราจะไม่เห็นความก้าวหน้าด้านภาษา แต่เราก็ได้เริ่มทำอะไรสักอย่างกับชีวิตของเรา
Self-Talk – หรือพูดกับตัวเอง ให้กำลังใจตัวเอง สู้ๆ เราทำได้ เห็นไหมง่ายกว่าที่คิด วันนี้ทำไม่ได้แต่พรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้
จินตนาภาพความสำเร็จ – ให้คิดถึงผลลัพธ์หากเราสามารถฝึกภาษาจนเห็นผล หรือคิดถึงการยอมรับจากคนรอบข้าง ความสุขที่เราจะได้รับ เราจะได้เลื่อนตำแหน่งมั้ย เราจะได้งานใหม่ที่เงินเดือนดีกว่าเก่ามั้ย เราจะได้ทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ หรือเราจะทำงานได้ง่ายขึ้น เที่ยวต่างประเทศได้สนุกขึ้นหรือเปล่า

ความคิดกับความเชื่อเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจริงๆแล้วสิ่งที่กั้นขวางเรากับความสำเร็จหาใช่ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด หากเป็นเพียงความคิดของเราเท่านั้น

ไม่มีคุกใดในโลกขังจิตวิญญาณเสรีของฉันไว้ได้
“ฉันจะแหกคุกออกไป”
Prison Break-Michael Scofield

เทคนิคที่สอง วิธีเลือกหนัง

popcorn-1085072_640

แนะนำให้เอกหนังแนว American ไว้ก่อน เพราะสำเนียงค่อนข้างแพร่หลายตามความมหาอำนาจของอเมริกา และมีหนังให้เลือกมากกว่าแบบเห็นได้ชัด
ถ้าเป็นหนังเรื่องๆให้แนะนำหนังประเภทหนังดราม่าหรือโรแมนติกจะดีกว่า เพราะบทพูดค่อนข้างเยอะ ไม่ใช่ยิงกันๆ ฆ่ากันอย่างเดียว พูดถึงหนัง แอคชั่นดราม่าอย่าง Kill Bill ก็ถือว่ามีบทพูดหรือบทบรรยายพอสมควร เอาไว้ดูเล่นฝึกภาษาแก้เบื่อได้
ฝึกภาษาอังกฤษจากหนังเรื่องไหนดี ?
หนังสำหรับฝึกภาษาอังกฤษ เอาบันเทิงก่อนแต่ก็สามารถเอาคำศัพท์ที่ได้มาใช้ในชีวิตประจำวันได้เช่นกัน ขอแนะนำ 9 หนังซาวแทรคฝึกภาษาอังกฤษก่อนเลย

“The Social Network” (2010)
สร้างบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติและสอดแทรกมุขตลก ซึ่งทำให้คนดูรู้สึกสนุก เพลิดเพลินจนจบเรื่อง ได้คำศัพท์เจ๋งๆ อีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์, เทคโนโลยี และ สังคมออนไลน์
“The Hangover” (2009)
เป็นหนังที่เหมาะกับการฝึกภาษาอังกฤษ ตัวละครทุกตัวใน The Hangover ยังใช้ภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวัน คำศัพท์อังกฤษอเมริกันแสลงที่ถ้าหากน้องๆ คนไหนมีแผนจะไปเรียนต่ออเมริกาก็สามารถนำไปใช้ได้
“The Hunger Games” (2012)
เป็นหนังที่เห็นภาพได้ชัดมาก หากไม่เข้าใจหรือไม่ทันบทสนทนาในเรื่องก็สามารถดูจากการกระทำต่างๆ ได้ ภาษาค่อนข้างเข้าใจง่ายไม่เหมือนภาพยนตร์ sci-fi สำเนียงเป็นแบบอเมริกันเหนือ ตัวละครพูดไม่เร็วเกินไปนัก ทำให้เข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น แถมยังครบรสมีทั้งฉากบู๊ ,โรแมนติก, คอมเมดี้ และพล็อตเจ๋งๆ ที่เล่าถึงโลกอนาคต
“Toy Story” (1995)
เป็นการ์ตูนสำหรับเด็กทำให้คำศัพท์ที่ใช้ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย แถมยังสอดแทรกมุขตลกที่แม้แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถรู้สึกสนุกไปด้วยได้
“Cast Away” (2000)
เน้นบทสนทนาแบบ monologue หรือก็คือ การพูดคนเดียว ไม่มีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ไม่มีตัวละครหลายตัว ซึ่งทำให้ติดตามเรื่องราวได้ง่าย
“(500) Days of Summer” (2009)
เรื่องเล่าจากมุมมองของคนๆ หนึ่ง ทำให้ติดตามเรื่องราวได้ง่าย รวมถึงภาพยนตร์ดังกล่าวยังมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกอินไปกับมันตั้งแต่ต้นจนจบ
“Twilight” (2008)
การใช้ภาษาอังกฤษในเรื่องนี้เป็นภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เหมาะกับผู้ชมตั้งแต่วัยรุ่นขึ้นไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น สำเนียงของตัวละครแต่ละตัวมีความชัดและเข้าใจง่าย อีกทั้งก่อนที่จะมาสร้างเป็นภาพยนตร์ก็เป็นนิยายขายดีมาก่อน
“The Break-up” (2006)
เต็มไปด้วยภาษาแสลงที่ใช้ในชีวิตประจำวันและใช้ในหลายสถานการณ์ในสังคม น้องๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการสื่อสารทั่วไประหว่างคู่รักและการโต้แย้ง
“Forrest Gump” (1994)
ภาษาอังกฤษในเรื่องนี้เป็นภาษาที่ง่ายและไม่ซับซ้อน ติดตามได้ต่อเนื่อง นอกจากเรื่องภาษาก็ยังได้เรียนรู้เหตุกาณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในช่วงหนึ่งของสหรัญอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นสงครามกับเวียดนาม หรือวัฒนธรรมสุดป๊อบปูล่าร์ Hippy ในช่วงยุค 60 ไม่เพียงเท่านั้นภาพยนตร์ดังกล่าวยังเป็นที่ชื่นชอบของคนจำนวนมากทั่วโลกทำให้น้องๆ สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะทางด้านการสนทนา

ย่อเนื้อหา ขอบคุณที่มา หนังสำหรับฝึกภาษาอังกฤษ 9 เรื่องจาก
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9590000065313

สุดท้ายให้เลือกหนังที่เราชอบก่อนเพราะจะเกิดกำลังใจในการฝึกภาษา

คนเราจะทำสิ่งที่น่าแปลกใจ
“เมื่อมีแรงกระตุ้นที่มากพอ”
Prison Break -Alexander Mahone

เทคนิคที่สาม หาแหล่งหนัง

books-1655783_640

สมัยนี้ถ้าใครชอบเก็บแผ่นแท้ก็มีแหล่งซื้อให้เลือกอยู่พอสมควร เช่น ร้านบูมเมอแรง ร้านแมงป่อง หรือ amornmovie แผ่นแท้พวกนี้จริงๆก็มีข้อดี คือไม่ยุ่งยากซื้อมาเปิดดูได้เลย ซับไตเติ้ลก็ชัวร์กว่า ที่แน่ๆได้สนับสนุนสินค้าที่มีลิขสิทธิ์แน่นอน
แต่สมัยนี้ก็มีอีกทางเลือกหนึ่งคือ แหล่งโหลด แหล่งโหลดเองก็มีทั้งเถื่อนๆอย่าง torrent เถื่อนๆอย่างดูออนไลน์ฟรี หรือลิขสิทธิ์แบบดูออนไลน์แบบถูกกฎหมาย อย่าง Iflix ,Netflix
แต่อย่างพวกโหลดเถื่อน หรือดูออนไลน์เถื่อนอะซับมันก็อาจจะมีผิดๆถูกๆบ้าง ของฟรีจะเอาไรมาก 555
จะว่าไปหากจะดูซี่รี่กันยาวๆ อ้าวทำไมต้องซี่รี่เดี๋ยวจะบอกในเทคนิคถัดไปนาจ้า
เอาเป็นว่าถ้าอยากดูซีรี่กันยาวๆเนี่ย แล้วอยากถูกกฎหมายได้สนับสนุนเจ้าของผลงาน ไสตล์ เว็บดูหนังฝึกภาษาอังกฤษ Iflix หรือ Netflix น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เอๆ ทางเราไม่ใช่หน้าม้าหรือน้าเนียนนะบอกเลย อันนี้เอาตามที่รู้จักนะจ้ะ ไม่ได้เชียร์ค่ายไหนเป็นพิเศษ

ถ้าไม่มีทุนจริงๆ ทางเลือกแบบง่ายๆคือโหลดบิท โหลดซับไตเติ้ล แล้วก็ตั้งจิตอธิษฐานถึงเจ้าของผลงานทุกครั้งว่า เราโหลดมาเพื่อการศึกษา หากเรียนรู้สำเร็จขอให้ผลบุญนำไปสู่เจ้าของผลงาน ก็คงพอถูไถไปจนกว่าจะเก่งได้ แต่ขอร้องอย่ามาถามกันเลยน้า ยังไม่อยากแนะช่องทางผิดกฎหมาย ลองหาในอากู๋(เกิ้ล)ละกันนะจ้ะ หนุ่มๆสาวๆ

เทคนิคที่สี่ จริงๆต้องซีรี่

movies-1262361_640

หลังจากที่แนะนำหนังฝึกภาษาอังกฤษทั้ง 9 เรื่องไปดูเพลินๆแล้วได้ภาษาอังกฤษ อยากจะบอกว่าจริงๆแล้ว ฝึกฟังภาษาอังกฤษจากหนังนะ สู้การฝึกฟังภาษาอังกฤษจากซีรี่ส์ไม่ได้เลย
ข้อดีของการใช้ซีรีส์ที่ต่างจากการใช้หนังฝรั่งฝึกภาษาคือ
– ความคุ้นเคยกับสำเนียงและเสียงของตัวเอกในซีรีส์ ช่วยให้จับคำพูดและประโยคต่างๆได้ง่าย เพราะชีวิตจริงคนแต่ละคนก็จะมีสำเนียงที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง
– เนื้อเรื่องสามารถดูหนังฝรั่งฝึกภาษา เราเดาตามได้ไม่ยาก เพราะเราคุ้นเคยกับลักษณะเนื้อเรื่องและตัวละครแล้ว
– การดูซีรีส์ทำให้เรา ติดแบบดูทั้งวันทั้งคืนข้าวปลาไม่กิน น้ำท่าไม่อาบ …ข้อนี้แหละที่เปลี่ยนแปลงการฝึกภาษาให้สำเร็จ ดังนั้นจงเลือกซีรี่ส์ที่คุณชอบจริงๆ

สำหรับการดูหนังฝึกภาษาจากซีรีส์นั้น เราสามารถเพลินกับการฝึกภาษาจากหนังได้แบบทั้งวันทั้งคืน เสมือนอยู่ต่างประเทศ เพราะได้ยินฝรั่งคุยกันทั้งวันทั้งคืนเลย และที่สำคัญจะได้ฝึกทักษะพื้นฐานของมนุษย์ นั่นคือ ทักษะเดา เดาเนี่ยแหละเป็นตัวที่จะทำให้เราเข้าใจด้วยตัวเราเองได้ในท้ายที่สุด

เทคนิคที่ห้า ไล่ระดับการฝึก

valve-1705684_640

ดูหนังฝึกภาษาอังกฤษเรื่องอะไรดี ?
คุณเคยเล่นเกมส์ในมือถือใช่ไหม ไม่ว่าจะโปเกมอนหรือเกมส์ประเภทไหน ความยากของเกมส์จะเริ่มจากง่ายไปยากเสมอ เพื่อให้คุณคุ้นเคยกับระบบของเกมส์ และยังคงสนุกไปกับมัน
วิธีฝึกภาษาอังกฤษจากหนัง ทางเราทีมงาน อิงฟินิตี้ แนะนำให้แบ่งระดับดูหนังซาวแทรคฝึกภาษาจากง่ายไปหายาก ถ้าไม่มั่นใจว่าอยู่เลเวลไหนก็จัดไปเลยตั้งแต่แรกครับ

แบบ EASY ฝึกอังกฤษจากหนัง
หานิทานตอนสั้นๆ10-25นาที พวกการ์ตูนของ Disney หรือ Pixar
o นิทานอีสป 32 วิดีโอ
https://www.youtube.com/playlist?list=PLF49A366A8BFE940A

o นิทานอีสป ตอนสอง 32 วิดีโอ
https://www.youtube.com/playlist?list=PL2D85B087E1340310

o เพลงสำหรับเด็ก 38 เพลง
https://www.youtube.com/playlist?list=PLEF038C95D3424793

o ดีสนีย์ เมจิคอิงลิช 35 วิดีโอ
https://www.youtube.com/playlist?list=PL8A78685E6234E139

o นิทานเด็ก มีซับ 23 วิดีโอ
https://www.youtube.com/playlist?list=PL3A7CEA31A9887A20

แบบ MEDIUM
หลังจับสำเนียงได้ก็เริ่มจับซีรีย์ตลก/วัยรุ่น/แอคชัน/สืบสวนที่ศัพท์ยังไม่ยากมาก
Gossip Girl,Criminal Minds, ซีรี่ส์ Friends ก้อดีงาม ,Prison Break, Sex and the city, Modern family , Akward, Arrow

แบบ HARD
อยู่วงการไหนก็ฝึกดูจากซีรีย์เฉพาะทางสายนั้นๆเช่น สายกฏหมาย สายแพทย์ การเงิน ศัพท์จะเฉพาะทางยากกว่า2โหมดแรก
House,Bones, Gray’s Anatomy,Billions

เทคนิคที่หก เทคนิคอื่นๆที่จำเป็น

old-books-436498_640

หลายๆคนสับสนว่าฝึกภาษาอังกฤษด้วยหนังกับการเปิดซับว่าเปิดดีไหม อย่างไรดี
จริงๆมันไม่มีสูตรตายตัว ขึ้นอยู่กับระดับของผู้ฝึก

ถ้ามีเวลา อยากฝึกแบบเข้าใจและไม่กดดัน สำหรับมือใหม่ระดับ Easy
รอบแรก เปิดซับไทยดูรอบนึง เพื่อดูให้รู้เรื่องทั้งหมด
รอบสอง เปิดซับอังกฤษ เพื่อเรียนรู้ศัพท์และประโยคภาษาอังกฤษ
รอบสุดท้าย ฝึกพูดภาษาอังกฤษจากหนัง ปิดซับ ฝึกฟังและออกเสียงตาม เป็นการทวนและจำประโยคต่างๆไปในตัว
ถ้าคิดว่าพอตัว ก็จัดรอบสอง และรอบสุดท้ายได้เลยจร้า

โดยอาจจะเพิ่มเติมตรงนี้ว่าไม่ควรจ้องจะเปิด Dictionary แต่เน้นมั่วก่อน เพราะทักษะการเดาจะช่วยคุณอีกเยอะเมื่อเจอของจริง และอย่าลืมที่จะมีการออกเสียงตามดังๆ และเลียนแบบให้สำเนียงใกล้เคียงที่สุด แม้จะฟังไม่ออกก็ให้พูดตามไปอย่างนั้นมั่วๆเอาหน่อย

บางคนก็ถามว่าทำดูหนังฝึกฟังภาษาอังกฤษแบบนี้นานแค่ไหนถึงจะเห็นผล ทีมเรา Engfinity ก็ต้องบอกก่อนว่า ทำแบบนี้ต้องประกอบไปด้วย ความสนุกอยากทำ และความตั้งใจอยากฝึก เพราะ หากเน้นสนุกจนเกินไปก็จะไม่ได้อะไร แต่ถ้าตั้งใจจนหมดสนุกคงฝึกไม่ได้นาน และทางทีมการันตีได้เลยถ้าทำตามระบบนี้ทุกวัน วันละ 2 ชั่วโมง ไม่เกิน 3 เดือนเห็นผลแน่นอน

หวังว่าบทความ ฝึกภาษาอังกฤษจากหนัง ด้วยมหาคัมภีร์ 6 เทคนิค ดูซีรี่ให้เทพภาษาอังกฤษ แชร์ไปอย่าให้หาย จะช่วยให้เพื่อนๆ สนุกและประสบความสำเร็จกับภาษาอังกฤษ
อย่าลืม แชร์ไปอย่าให้สูญหาย

เรียนภาษาอังกฤษที่ไหนดี  เรียนพูดภาษาอังกฤษ ด้วยคอร์สเรียนภาษาอังกฤษสนุกๆ กับสถาบันสอนภาษาอังกฤษแนวใหม่

ท่านสามารถติดตามเราได้หลายช่องทาง
Website : สนใจคลิ๊ก
Fan page : สนใจคลิ๊ก
Youtube : สนใจคลิ๊ก
Pantip : สนใจคลิ๊ก

Leave a Reply