15 สำนวนภาษาอังกฤษที่จำเป็นในโลกของธุรกิจ พร้อมประโยคตัวอย่าง

General

อย่างที่รู้กันว่า ปัจจุบันมีบริษัทขนาดใหญ่มากมายที่มักจะมีสาขาย่อยๆ อยู่ต่างประเทศ ดังนั้นสิ่งที่บุคคลากรในบริษัท โดยเฉพาะฝ่ายบริหารธุรกิจทุกคน จำเป็นต้องมีก็คือ ทักษะภาษาอังกฤษ และการเข้าใจคำศัพท์หรือสำนวนต่างๆ ที่ถูกใช้บ่อยในที่ทำงาน

ลองจินตนาการว่า ที่บริษัทมีการประชุมครั้งใหญ่ระหว่างทีม Sales ที่มีสาขาอยู่ในประเทศเบอร์ลิน กับทีม HR ที่มีสาขาอยู่ในประเทศไทย และคุณเองก็เป็นส่วนหนึ่งในการประชุมออนไลน์ข้ามประเทศครั้งนี้ ซึ่งถ้าคุณไม่สามารถพูดและสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ก็อาจจะถือเป็นเรื่องที่ยากลำบากในการเข้าใจสำหรับคุณและผู้ร่วมประชุม

สำนวนภาษาอังกฤษในโลกของธุรกิจ

ในที่ประชุมดังกล่าว ก่อนที่จะมีการเริ่มต้น ผู้เข้าร่วมที่ประชุมทุกคนก็มักจะแชร์เรื่องราวชีวิตการทำงานของพวกเขาที่เกิดขึ้นในช่วงนี้กันก่อน เพื่อคลายความเครียด และทำให้ทุกคนรู้สึกไม่เกร็งต่อกัน    

โดยอาจจะมีคนพูดขึ้นมาว่า “I have to cut  corners to finish my report on time” หรือ “This customer kept me running round in circles” ซึ่งเป็นสำนวนที่อาจจะได้ยินกันบ่อยๆ ในบทสทนาของที่ทำงาน

และการที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในบทสนทนานี้ คุณอาจจำเป็นต้องเริ่มเรียนรู้สำนวนและประโยคตัวอย่าง เพื่อให้คุณได้นำไปใช้ในที่ทำงานได้อย่างคล่องแคล่วมากที่สุด

ซึ่งคุณสามารถเริ่มได้จากสำนวนด้านล่างนี้เลย

15 สำนวนภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจ ที่คุณจำเป็นต้องรู้

1. Get down to business

ขณะที่ทุกคนที่ร่วมประชุมกำลังพูดคุยกันถึงเรื่องที่นอกเหนือจากหัวข้อการประชุม ในช่วงก่อนการเริ่มประชุม เพื่อผ่อนคลาย ในการทำให้ทุกคนกลับมาโฟกัสที่หัวข้อและเริ่มต้นการประชุม คุณอาจจะใช้คำว่า “It’s time to get down to business.” หรือ “เข้าเรื่องกันเถอะ” เพื่อเรียกความสนใจจากทุกคน

ประโยคตัวอย่าง : We’ve three project waiting for us today,so let’s get down to business.

แปล : เรามีสามโปรเจครอเราอยู่วันนี้ งั้นเรารีบมาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

2. From day one

มันไม่ได้แปลตรงๆว่า “จากวันแรก” แต่มีความหมายเป็นการเปรียบเปรยถึง “ช่วงเริ่มต้น”  ซึ่งถ้ามาอยู่เชิงธุรกิจ ก็อาจจะใช้พูดถึงช่วงเริ่มต้นของธุรกิจหรือโปรเจคนั้นๆ

ประโยคตัวอย่าง :  I hope management realizes that our deadlines are very tight. We need to hire more people immediately. We’ve been short-handed from day one.

แปล : ดิฉันหวังว่าฝ่ายบริหารจะตระหนักว่าตารางและกำหนดเวลางานของพวกเราแน่นมาก เราอาจจะต้องจ้างบุคคลากรมาเพิ่มในทันที เพราะพวกเราขาดแคลนบุคคลากรมากันตั้งแต่แรก

3. Learn the ropes

สำนวนนี้มักจะถูกใช้ในสถานการณ์ที่มีพนักงานใหม่เพิ่งเข้ามาในบริษัท และพวกเขาจำเป็นจะต้องรู้วิธีการทำงานเพิ่มเติม โดยมันแปลว่า “เรียนรู้วิธีทำ (บางสิ่ง)”

ประโยคตัวอย่าง : The three new members of our project team will need to learn the ropes ASAP.

แปล : สมาชิกใหม่ในทีมเราทั้ง 3 คน สำหรับโปรเจคนี้ จำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการทำงานอย่างรวดเร็วที่สุด

4. Bring to the table

ความหมายของมันจะคล้ายๆกับคำว่า contribute หรือ offer ที่แปลว่า ให้ หยิบยื่น หรือมีส่วนช่วย และอาจจะอยู่ในบริบทหนึ่งคนให้อีกฝ่ายช่วยหา [บางสิ่ง] ที่เป็นประโยชน์ (เช่น ทักษะพิเศษ หรือประสบการณ์บางอย่าง) มาใช้ในการกิจกรรมของธุรกิจ (เช่น โปรเจค หรือ การประชุม)

ประโยคตัวอย่าง : We need someone on the team who can bring project management experience to the table.

แปล : เราต้องการใครสักคนในทีม ที่มีประสบการณ์การจัดการโปรเจคเพื่อมาช่วยทีม

5. Learning curve

Learning curve จะใช้ในการอธิบายความก้าวหน้าของใครคนหนึ่งที่กำลังเรียนรู้ทักษะหรือประสบการณ์ใหม่ๆ เช่นถ้า เป็นคำว่า Steep Learning curve ที่เปรียบเทียบความชัน (Steep) ของเส้นโค้งกับระดับความยากในการเรียนรู้

ประโยคตัวอย่าง  : She is welcome to join our team, but there will be a steep learning curve.

แปล : เรายินดีมากๆที่ได้เธอคนนั้นมาร่วมทีม แต่มันก็คงใช้ความพยายามมากเหมือนกันในการเรียนรู้

6. Get off the ground

ลองนึกภาพเหมือนตอนเครื่องบินที่เร่งตัวเองขึ้นจากพื้น และพุ่งทะยานสู่ชั้นบรรยากาศ เมื่อนำมาเปรียบเทียบในเชิงธุรกิจมันจึงแปลเหมือนว่า การเริ่มต้นโปรเจค หรือเริ่มทำงาน (ด้วยการเตรียมตัวมาพร้อมระดับหนึ่งแล้ว)

ประโยคตัวอย่าง  : Months after looking into how to boost declining sales, we were finally able to get our aggressive sales campaign off the ground.

แปล : หลังจากค้นหาวิธีการบูสต์ยอดขายที่ตกต่ำ มาเป็นเดือน เราก็ค้นพบแคมเปญการเพิ่มยอดขายที่จะทำให้ประสบความสำเร็จแล้ว

7. On a shoestring

เราอาจจะได้ยินคำนี้บ่อยเมื่อบริษัทอยู่ในช่วงขาดทุน และจำเป็นต้องประหยัดงบประมาณต่างๆ โดยสำนวนนี้จะแปลว่า การดำเนินงานด้วยงบประมาณที่ไม่มา หรือถ้าเปรียบเทียบกับวลีของไทยก็จะเหมือนกับคำว่า รัดเข็มขัด (เพื่อประหยัด) นั่นเอง

ประโยคตัวอย่าง  : It’s going to be a challenge doing such a big project on a shoestring but we’ll try our best.

แปล : มันคงจะเรื่องที่ท้าทายมาก ที่จะต้องทำโปรเจคขนาดใหญ่ด้วยงบประมาณที่จำกัด แต่เราจะพยายามทำออกมาให้ดีที่สุด

8. From the ground up

ถ้าคุณเป็นคนที่เริ่มต้นโปรเจคหรือธุรกิจด้วยตนเอง ก็คงจะชอบสำนวนนี้ เพราะมันแปลว่า การเริ่มต้น (ทำอะไรบางอย่าง) จากศูนย์

ประโยคตัวอย่าง  :  Have you read the news about the enterprising 12-year-old who’s building her business from the ground up?

แปล : คุณได้อ่านข่าวที่เด็กอายุ 12 ที่เธอได้เริ่มต้นธุรกิจตัวเองจากศูนย์ด้วยตัวเองหรือยัง ?

9. Behind the scenes

บางคนอาจจะนึกถึงหนังเห็นวลีนี้ แต่ในที่ทำงาน วลีนี้มักถูกใช้เมื่อได้ทำงานบางอย่างจนเสร็จโดยที่คนอื่นอาจจะไม่รู้ หรืออาจจะใช้อธิบายผู้ที่อยู่เบื้องหลังงานที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยม

ประโยคตัวอย่าง  : Organizing a roadshow may look easy, but do you have any idea how much hard work we’ve put in behind the scenes?

แปล : การจัดการแสดงสินค้าอาจจะดูเป็นเรื่องที่ง่ายดาย แต่คุณจะรู้หรือไม่ว่าเราทำงานหนักกันขนาดไหนเบื้องหลัง

10. Touch base

เป็นคำที่มีความหมายเหมือนกับคำว่า Contact ที่ใช้เมื่อมีการติดต่อกับลูกค้า หรือคนอื่นๆ

ประโยคตัวอย่าง  :  I have a meeting right now but I’ll touch base with you later.

แปล : ผมกำลังติดประชุมอยู่ แต่เดี่ยวผมจะติดต่อคุณกลับไปในภายหลัง

11. The eleventh hour

The eleventh hour จะใช้ในการอธิบายงานหรือโปรเจคบางอย่างที่เสร็จในวินาทีสุดท้าย

ประโยคตัวอย่าง  : The project manager won’t be pleased about them changing the design at the eleventh hour.

แปล : ผู้จัดการโปรเจคคงจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่ มีการเปลี่ยนดีไซน์ในวินาทีสุดท้าย

12. By the book

ตัวอย่างเช่น “Doing something by the book” จะแปลว่า การยึดมั่นในบางสิ่งบางอย่าง (เช่น กฎระเบียบ หรือข้อบังคับ) เปรียบเทียบเหมือนการยึดติดอยู่กับหนังสือ

ประโยคตัวอย่าง : I don’t think John will listen to your suggestion. He insists on doing everything by the book.

แปล : ฉันไม่คิดว่าจอห์นจะฟังคำแนะนำของคุณหรอก เพราะเขายืนยันว่าจะทำทุกอย่างตามกฎระเบียบของตัวเขาเอง

13. Run around in circles

วลีที่ได้เห็นการใช้กันในตอนต้น ซึ่งอธิบายถึงการทำงานแบบไม่เสร็จสักที (ด้วยเหตุผลบางอย่าง) หรือการที่ทำงานที่ไม่จำเป็น ซึ่งจะไม่ทำให้คุณทำสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เหมือนการวิ่งวนเป็นวงกลม

ประโยคตัวอย่าง : The deadline is coming up, but we’ve been running around in circles because the client keeps changing their mind.

แปล : กำหนดส่งงานใกล้เข้ามาถึงแล้ว แต่งานของเรายังไม่เสร็จสักที เพราะลูกค้าคอยเปลี่ยนใจอยู่ตลอดเวลา

14. Cut corners

Cut corners จะใช้เมื่อคุณมีทางลัด หรือวิธีที่ใช้เวลาน้อยกว่าปกติในการทำงาน

ประโยคตัวอย่าง : If we cut corners, we can probably meet our sales target for the last quarter.

แปล : ถ้าเราเลือกวิธีที่ใช้เวลาน้อยกว่าปกติ เราอาจจะถึงยอดขายที่เป็นเป้าหมายในไตรมาสที่แล้ว

15. The bottom line

เป็นที่รู้กันดีว่าบรรทัดสุดท้ายของงบการเงินของบริษัทนั้นมีความสำคัญอย่างมาก เพราะมันสามารถบอกได้ว่าบริษัทนั้นมีกำไร หรือว่าขาดทุน ซึ่งในวลีภาษาอังกฤษ ก็มักจะนำคำนี้มาใช้กล่าวถึงผลลัพธ์สุดท้ายหรือประเด็นที่สำคัญ  (ของบางอย่าง) เพื่อนำมาพิจารณาหรือตัดสินใจร่วมกับงานหรือโปรเจค

ประโยคตัวอย่าง :  It’s true that we’re very short-handed, but the bottom line is we must still deliver the project on time.

แปล : มันเป็นเรื่องจริงที่ตอนนี้เราขาดแคลนคนในทีม แต่ในผลลัพธ์สุดท้ายคือเราจำเป็นต้องส่งโปรเจคให้ทันเวลา

สรุป

ถึงแม้ว่าภาษาอังกฤษจะไม่ได้เป็นภาษาแม่ที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุด แต่ในเชิงของธุรกิจมันกลับกลายเป็นสิ่งที่สำคัญของบริษัทใหญ่ๆ ในแต่ละประเทศ  

สังเกตุได้จากสถิติของ Unicode.org ที่แสดงให้เห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่ที่สามารถพูดและใช้ภาษาอังกฤษได้จะอยู่ในประเทศที่รวมกันแล้วมี GDP กว่า 29.3 % แปลว่าภาษาอังกฤษก็อาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่อยู่ภายใต้อำนาจทางธุรกิจที่มหาศาลของประเทศเหล่านั้น

ดังนั้นคุณเองที่ไม่ว่าจะดำเนินธุรกิจอะไรอยู่ ถ้าเป้าหมายของคุณคือการพาธุรกิจไปสู่ระดับสากล หรือในบางครั้งที่คุณจำเป็นจะต้องติดต่องานกับชาวต่างชาติ การเรียนรู้ทักษะภาษาอังกฤษก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับคุณ

โดยที่ Engfinity เรามีคอร์สสอนภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ First Class Business Course ที่คุณจะได้เรียนรู้คำศัพท์และวลีที่ใช้กันบ่อยในเชิงธุรกิจ ทักษะการพูดนำเสนองานอย่างมืออาชีพ เทคนิคการใช้ภาษาอังกฤษในที่ประชุม และทักษะภาษาอังกฤษที่สำคัญๆ สำหรับธุรกิจอีกมากมาย ถ้าสนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์เลย

ท้ายที่สุดแล้ว อยากให้มองว่าการเรียนรู้ภาษาที่สอง อย่างภาษาอังกฤษ จะเป็นสิ่งที่ช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจให้กับคุณและอาจจะทำให้คุณเติบโตก้าวหน้าไปไกลกว่าอื่น

สนใจเรียนภาษาอังกฤษที่ Engfinity

กรุณากรอกรายละเอียดด้านล่างให้ครบถ้วน