8 เทคนิค เปลี่ยนการพรีเซนต์งานภาษาอังกฤษ ให้เป็นเรื่องง่าย

General

เชื่อว่าหลายคนคงมีอาการกลัวที่จะต้องออกไปพรีเซนต์งาน ไม่ว่าจะเป็นตอนเรียน หรือตอนทำงาน แค่พรีเซนต์เป็นภาษาไทยก็ตื่นเต้นจะแย่แล้ว ยิ่งต้องพรีเซนต์เป็นภาษาอังกฤษคงไม่ต้องพูดถึง ความตื่นเต้นเพิ่มคูณสองไปอีก แถมไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรให้น่าสนใจ

วันนี้เรามี 8 ขั้นตอนที่จะมาช่วยให้การพรีเซนต์งาน เป็นภาษาอังกฤษของทุกๆ คนเป็นเรื่องง่ายขึ้น และจะเปลี่ยนทัศนคติของทุกๆ คนให้ไม่กลัวการพรีเซนต์งานเป็นภาษาอังกฤษ หากพร้อมแล้ว มาเริ่มที่ขั้นตอนแรกกันเลยดีกว่า!

เทคนิค เปลี่ยนการพรีเซนต์งานภาษาอังกฤษ ให้เป็นเรื่องง่าย

 

เทคนิคที่ 1 เริ่มต้นให้สวย ด้วยการเรียกความสนใจจากผู้ฟัง

หากช่วงที่เรากำลังจะเริ่มต้นการพรีเซนต์ ยังมีความชุลมุนวุ่นวาย เสียงดัง ยังมีการคุยกัน หรือผู้คนอาจยังไม่ได้ให้ความสนใจมาที่คุณมากนัก คุณก็อาจจะต้องเรียกร้องความสนใจจากผู้ฟังก่อน ด้วยประโยคเหล่านี้

ตัวอย่างประโยค :

Can I have your attention, please? 

  • รบกวนช่วยสนใจฉันก่อนได้ไหม ?

I’d like to get started, if I may. 

  • ฉันกำลังจะเริ่มต้นแล้วนะ

Let’s get started. 

  • ขออนุญาตเริ่มการพรีเซนต์งาน

Let’s make a start.

  •  ขออนุญาตเริ่มการพรีเซนต์งาน

เทคนิคที่ 2 สิ่งสำคัญคือการแนะนำตัว

การแนะนำตัว เป็นสิ่งที่ทุกคนควรเรียนรู้ไว้ เพราะมีความสำคัญทั้งกับการทำงาน การพูดคุยในชีวิตประจำวัน หรือการพรีเซนต์งานต่างๆ ซึ่งต้องดูสถานการณ์ของการพรีเซนต์งานด้วย ว่าผู้ฟังเป็นใคร และควรใช้การแนะนำตัวแบบไหนกับกลุ่มผู้ฟัง 

ตัวอย่างการกล่าวแนะนำตัวแบบเป็นทางการ : 

On behalf of …Company (ชื่อบริษัท) I would like to welcome you here today. My name is (ชื่อ-นามสกุล) and I am (ตำแหน่งงาน).                   

  •    ในนามของบริษัท…. ดิฉัน/ผม มีความยินดีต้อนรับท่านผู้มีเกียรติทุกท่านในวันนี้ ดิฉัน/ผม ..ชื่อ.. ตำแหน่ง…

Good (morning ,afternoon ,evening) ladies and gentlemen. My name is (ชื่อ-นามสกุล) and I am pleased to be here today to talk to you about…     

  •  สวัสดีท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษทั้งหลาย ดิฉัน/ผม..(ชื่อ-นามสกุล)…. วันนี้มีดิฉัน/ผมมีความยินดีที่ได้มาพูดเรื่อง….

ตัวอย่างการกล่าวแนะนำตัวแบบไม่เป็นทางการ :

Hi, I’m (ชื่อ) and I am  (ตำแหน่งงาน). 

  • สวัสดีค่ะ/ครับ ดิฉัน/ผม …ชื่อ…. ตำแหน่ง…

Hi everyone, I’m (ชื่อ) from …Department (แผนก) and today I’d like to talk to you about… 

  • สวัสดีค่ะ/ครับ ทุกคน ดิฉัน/ผม (ชื่อ) จากแผนก…. วันนี้ดิฉัน/ผมจะมาพูดเกี่ยวกับ……

เทคนิคที่ 3 บอกให้ทุกคนทราบ ถึงเรื่องที่จะพูดในวันนี้

เมื่อได้กล่าวแนะนำตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณต้องอย่าลืมบอกให้ผู้ฟังทราบว่า วันนี้คุณจะมานำเสนอเรื่องอะไร เพื่อกระตุ้นให้ผู้ฟังได้ทราบและได้ตั้งใจฟังในเรื่องที่คุณต้องการนำเสนอ 

ตัวอย่างประโยค : 

Today, I’m going to talk about… 

– วันนี้ดิฉัน/ผม จะพูดถึง…

In my presentation today I’m going to explain …

  • ในการนำเสนอของดิฉัน/ผม วันนี้ จะอธิบายเกี่ยวกับ…

Today’s presentation will be / focus on….

  • การนำเสนอในวันนี้จะเป็นเรื่อง / มุ่งเน้นไปที่เรื่อง…

เทคนิคที่ 4 เรียงลำดับการนำเสนอให้ดีและให้ผู้ฟังได้มีโอกาสถามคำถามกับคุณ

ก่อนจะเข้าสู่เนื้อเรื่องหลักของการนำเสนอ คุณต้องมีการวางกรอบของเนื้อหาที่จะนำเสนอ การสร้าง Story line เพื่อเรียงลำดับเนื้อหาที่จะนำเสนอ รวมไปถึงการบอกให้ผู้ฟังได้ทราบก่อนว่า ส่วนไหนที่ไม่เข้าใจ ให้ถามคำถามกับผู้นำเสนอได้เลย จะทำให้คุณได้รับความสนใจจากผู้ฟังเพิ่มมากขึ้น

ตัวอย่างประโยค : 

To start with I’ll describe …

  • ผม/ดิฉัน จะเริ่มต้นด้วยการพูดเกี่ยวกับ …

Then, I’ll mention … and ….

  • ในส่วนถัดไป ผม/ดิฉัน พูดถึง … และ …

After that we’ll consider about …

  • หลังจากนั้นเราจะมาพิจารณาเกี่ยวกับ …

Finally, I’ll summarize my presentation …

  • และท้ายสุด ผม/ดิฉัน จะสรุปการพรีเซนต์ …

Feel free to interrupt me if there’s anything you don’t understand.

  • อนุญาตให้ผู้ฟังถามได้ทันทีในขณะที่เราพูดอยู่

If you don’t mind, we’ll leave questions till the end.

  • ต้องการให้ผู้ฟังถามตอนสุดท้าย ไม่ขัดจังหวะขณะที่เราพูด

เทคนิคที่ 5 เตรียมสติให้ดี ได้เวลาพรีเซนต์แล้ว  

เมื่อเตรียมความพร้อมในด้านการเตรียมตัวนำเสนอครบแล้ว ได้เวลาที่คุณจะต้องนำเสนอจริงๆ คุณอาจจะลองใช้ประโยคเกริ่นนำให้น่าสนใจ หรือ การอธิบายที่มาที่ไปของเนื้อหาของคุณที่จะนำเสนอ รวมไปถึงการตั้งคำถามสั้นๆ ให้ผู้ฟังได้ร่วมมีปฏิสัมพันธ์กับคุณ

ตัวอย่างประโยค :

I’ll start with some general information on… 

  • ดิฉัน/ผม ขอเริ่มต้อนด้วยข้อมูลทั้วไปเกี่ยวกับ….

I’d just like to give you some background information about… 

  • ฉัน/ผมขอเล่าถึงที่มาของเรื่อง…

Before I start, does anyone know…? 

  • ก่อนที่ฉัน/ผม จะเริ่ม มีใครรู้บ้างว่า… ?

เทคนิคที่ 6  ถ้าจะเปลี่ยนหัวข้อ อย่าลืมบอกคนฟังด้วย

เมื่อคุณได้นำเสนอหัวข้อแรกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในกรณีที่คุณจะนำเสนอหัวข้อถัดไป สิ่งสำคัญคือการบอกให้คนฟังทราบว่าคุณกำลังจะเปลี่ยนหัวข้อไปสู่เรื่องใหม่ ซึ่งประโยชน์ของการบอกถึงการเปลี่ยนหัวข้อ จะช่วยให้ผู้ฟัง ไม่หลุดประเด็น และเข้าใจสิ่งที่คุณต้องการนำเสนออย่างราบรื่น

ตัวอย่างประโยค : 

I’ve finished the first part and moving to the next one.

  • ส่วนแรกจบไปแล้ว มาเริ่มที่ส่วนต่อไปกันเลย

Let’s go to the next point.

  • ไปต่อที่หัวข้อต่อไปกันเลย

Now, we are moving to the new topic.

  • เรากำลังจะเข้าสู่เรื่องต่อไป

เทคนิคที่ 7 สรุปเนื้อหาและสาระสำคัญที่คุณได้นำเสนอไป

เมื่อคุณได้ทำการนำเสนองานมาจนใกล้ถึงส่วนสุดท้ายแล้ว สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยในการพรีเซนต์งานทุกครั้งคือ การสรุปเนื้อหาและสาระสำคัญจากการนำเสนอครั้งนี้ของคุณ ว่าสรุปแล้วตลอดการพรีเซนต์ของคุณ ผู้ฟังได้ทราบอะไรไปบ้าง หรือ ประเด็นสำคัญของการพรีเซนต์ในครั้งนี้คืออะไร

ตัวอย่างประโยค :

So, to summerize …

  • สรุปก็คือ…

Here’s a quick recap of my presentation …

  • ต่อไปเป็นการสรุปแบบสั้นๆ ของเนื้อหาที่นำเสนอมาทั้งหมด

เทคนิคที่ 8 จบการพรีเซนต์ให้สวยงาม และประทับใจผู้ฟัง

การนำเสนองานของคุณ ไม่ว่าเนื้อหาที่พูดจะดีเยี่ยมแค่ไหน สิ่งที่จะบ่งบอกถึงความเป็นมืออาชีพของคุณนั่นก็คือการกล่าวประโยคปิดท้ายหรือการขอบคุณ ซึ่งถ้าคุณสามารถปิดการนำเสนอได้อย่างสวยงามแล้วล่ะก็ จะทำให้ผู้ฟังเกิดความประทับใจในตัวคุณ และสร้างความมั่นใจมากขึ้นให้แก่พรีเซนต์งานครั้งต่อไปของคุณแน่นอน 

ตัวอย่างประโยค 

That brings the presentation to the end. Thank you for your attention.

  • การนำเสนอจบแล้ว ขอขอบคุณทุกท่านที่ตั้งใจฟังกันนะครับ/คะ

If anyone has any questions, I’ll be pleased to answer them.

  • หากใครมีคำถามอะไร สามารถถามได้เลย ยินดีตอบครับ/ค่ะ

สรุป

หากเพื่อนๆ ต้องการนำเสนองานเป็นภาษาอังกฤษที่ดีนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องโฟกัสคือเรื่องความเข้าใจของผู้ฟัง การพรีเซนต์ที่ดีนั้นไม่จำเป็นต้องใช้คำศัพท์ยากเลย แต่ในกรณีที่ต้องมีศัพท์เฉพาะก็ควรจะมีสไลด์อธิบายเพื่อป้องกันผู้ฟังที่จะไม่เข้าใจ จะทำให้การนำเสนองานของเราจะดูน่าติดตาม และน่าฟังมากขึ้น

อีกสิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยคือเพื่อนๆ ต้องอย่าลืมพกความมั่นใจให้เต็มกระเป๋า เพราะถ้าตื่นเต้นหรือกลัว จะทำให้เกิดความผิดพลาดได้ง่ายมาก วิธีแก้ปัญหานี้คือเราต้องหมั่นฝึกซ้อมบ่อยๆ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและทำให้ผู้ฟังประทับใจในตัวคุณได้มากขึ้นครับ

สนใจเรียนภาษาอังกฤษที่ Engfinity

กรุณากรอกรายละเอียดด้านล่างให้ครบถ้วน